<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยูเรเนียนดอทเนท -  uranian.net  เวบไซท์โหราศาสตร์</title>
	<atom:link href="http://uranian.net/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://uranian.net</link>
	<description>เวบไซท์โหราศาสตร์  ชุมชนออนไลน์ แหล่งเรียนรูโหราศาสตร์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 May 2012 09:15:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>ดาวน์โหลดตัวแก้ Error Astro uranian</title>
		<link>http://uranian.net/?p=159</link>
		<comments>http://uranian.net/?p=159#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Dec 2011 19:00:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://uranian.net/?p=159</guid>
		<description><![CDATA[<p>ตัวแก้และปรับปรุงสถานะ โปรแกรมยูเรเนียน AstroUranian     ดาวน์โหลด</p> ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตัวแก้และปรับปรุงสถานะ โปรแกรมยูเรเนียน AstroUranian     <span style="color: #ff0000;"><strong><a href="http://uranian.net/wp-content/uploads/2011/12/RepairASTROURANIAN.exe">ดาวน์โหลด</a></strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://uranian.net/?feed=rss2&#038;p=159</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ.สิทธินาถ ทองมี ได้เปิดทำการสอน โหราศาสตร์ ภารตะ ทางไกลสำหรับผู้สนใจ</title>
		<link>http://uranian.net/?p=156</link>
		<comments>http://uranian.net/?p=156#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Sep 2011 18:59:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://uranian.net/?p=156</guid>
		<description><![CDATA[ ขณะนี้ อ.สิทธินาถ  ทองมี  ได้เปิดทำการสอนโหราศาสตร์ภาร ตะ ทางไกลสำหรับผู้สนใจ  ผ่านระบบวิดิโอ  เหมือนมีอาจารย์มาสอนท่านถึงที่บ้าน  เริ่มสอนตั้งแต่พื้นฐานจนกระทั่งกลเม็ดชั้นสูงที่ท่านไม่สามารถหาอ่านได้ จากหนังสือทั้งในท้องตลาด  สนใจติดต่อและหารายละเอียดจาก ชมรมโหราศาสตร์ภารตะhttp://iastroclub.com เวบไซท์เพื่อนบ้าน ชุมชนโหราศาสตร์ภารตะออนไลน์  จะมีศิษย์พี่ และ ศิษย์น้องของอาจารย์ รวมถึงเพื่อนๆร่วมชมรม คอยให้ความสะดวกและความอบอุ่นครับ <p>แจ้งประกาศโดย วิเลิศ แซ่จิว</p> <p>ส่วนสนับสนุน</p> <p>โหราภารตะดอทคอม ยูเรเนียนดอทเนท PaRastro.com โปรแกรมโหราศาสตร์ PaRastro</p> <p>หมวด:  โหราศาสตร์ภารตะ</p> <p>&#160;</p> ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<h1><span style="font-size: 13px; font-weight: normal;">ขณะนี้ อ.สิทธินาถ  ทองมี  ได้เปิดทำการสอน<a href="http://www.horaparata.com/">โหราศาสตร์</a>ภาร ตะ ทางไกลสำหรับผู้สนใจ  ผ่านระบบวิดิโอ  เหมือนมีอาจารย์มาสอนท่านถึงที่บ้าน  เริ่มสอนตั้งแต่พื้นฐานจนกระทั่งกลเม็ดชั้นสูงที่ท่านไม่สามารถหาอ่านได้ จากหนังสือทั้งในท้องตลาด  สนใจติดต่อและหารายละเอียดจาก <strong>ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ</strong><strong><strong>http://iastroclub.com </strong></strong><strong>เวบไซท์เพื่อนบ้าน</strong> ชุมชน<a href="http://www.horaparata.com/">โหราศาสตร์ภารตะ</a>ออนไลน์  จะมีศิษย์พี่ และ ศิษย์น้องของอาจารย์ รวมถึงเพื่อนๆร่วมชมรม คอยให้ความสะดวกและความอบอุ่นครับ</span></h1>
</div>
<div>
<p>แจ้งประกาศโดย วิเลิศ แซ่จิว</p>
<p><strong>ส่วนสนับสนุน</strong></p>
<p><a href="http://www.xn--m3cvib1b8akb3l.com/">โหราภารตะดอทคอม </a><a href="http://www.uranian.net/">ยูเรเนียนดอทเนท </a><a href="http://www.parastro.com/">PaRastro.com </a>โปรแกรมโหราศาสตร์ PaRastro</p>
<p>หมวด:  <a href="http://www.xn--m3cvib1b8akb3l.com/">โหราศาสตร์ภารตะ</a></p>
</div>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://uranian.net/?feed=rss2&#038;p=156</wfw:commentRss>
		<slash:comments>381</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุปราคากับโหราศาสตร์</title>
		<link>http://uranian.net/?p=148</link>
		<comments>http://uranian.net/?p=148#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Aug 2011 10:52:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความโหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[จันทรุปราคา]]></category>
		<category><![CDATA[ภารตะ]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพคราส]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยุปราคา]]></category>
		<category><![CDATA[อุปราคา]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://uranian.net/?p=148</guid>
		<description><![CDATA[ บทความโหราศาสตร์เกี่ยวกับคราสของ อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ เห็นว่าน่าสนใจและมีประโยชน์ จึงได้ทำการคัดลอกจาก โหราภิญโญดอทคอม มาให้อ่านกัน ... อุปราคากับโหราศาสตร์ <p>ครั้งที่ 1 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2554 เวลา 16.03 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาในราศีธนู เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) ในระยะ 19 องศา 38 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านฉัฏฐมนวางศ์ 4 ทุติยตรียางศ์ 3 เสวยปุรพาษาฒนักษัตรฤกษ์ที่ 20 ในอาณาเขตของมหัทธโนฤกษ์ อุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาได้บังเกิดขึ้นในราศีธนู เวลา 16.03 น. มองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีธนูเป็นราศีชั้นที่ 3 ชนิดทวิภาวะราศี หรือสามัญราศีก็เรียก หรืออุภยราศีก็เรียก จะก่อให้เกิดเรื่องไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองที่ส่งผลยุ่งยากสลับซับซ้อนซึ่งยากแก่การสอบสวน เกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องของการชุมนุมประท้วงทางการเมือง การชุมนุมของกรรมกรผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงาน เป็นห้วงเวลาที่เกิดคดีอาชญากรรมมากขึ้น เกิดโรคภัยไข้เจ็บในคนและสัตว์ระบาดอย่างหนัก มีความยุ่งยากในวงการศาสนา วัดวาอาราม การศึกษา สถาบันการศึกษา กฎหมายและการแพทย์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<pre>บทความ<a title="โหราศาสตร์" href="http://horaparata.com" target="_blank">โหราศาสตร์</a>เกี่ยวกับคราสของ อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ  เห็นว่าน่าสนใจและมีประโยชน์  จึงได้ทำการคัดลอกจาก <a title="horapinyo.com เวบไซท์โหราศาสตร์อย่างเป็นทางการของ อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ" href="http://horapinyo.com" target="_blank">โหราภิญโญดอทคอม</a> มาให้อ่านกัน ...</pre>
<h1>อุปราคากับโหราศาสตร์</h1>
</div>
<div>
<p>ครั้งที่ 1 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2554 เวลา 16.03 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาในราศีธนู เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) ในระยะ 19 องศา 38 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านฉัฏฐมนวางศ์ 4 ทุติยตรียางศ์ 3 เสวยปุรพาษาฒนักษัตรฤกษ์ที่ 20 ในอาณาเขตของมหัทธโนฤกษ์<br />
อุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาได้บังเกิดขึ้นในราศีธนู เวลา 16.03 น. มองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีธนูเป็นราศีชั้นที่ 3 ชนิดทวิภาวะราศี หรือสามัญราศีก็เรียก หรืออุภยราศีก็เรียก จะก่อให้เกิดเรื่องไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองที่ส่งผลยุ่งยากสลับซับซ้อนซึ่งยากแก่การสอบสวน เกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องของการชุมนุมประท้วงทางการเมือง การชุมนุมของกรรมกรผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงาน เป็นห้วงเวลาที่เกิดคดีอาชญากรรมมากขึ้น เกิดโรคภัยไข้เจ็บในคนและสัตว์ระบาดอย่างหนัก มีความยุ่งยากในวงการศาสนา วัดวาอาราม การศึกษา สถาบันการศึกษา กฎหมายและการแพทย์ มีผลตามหลังอุปราคาด้วยอุบัติเหตุที่เกิดเพิ่มขึ้น ระวังอุบัติเหตุในการเดินทางทางทะเล ทางพื้นดินและทางอากาศ ดังนั้น การเดินทางไกลๆ จึงควรระมัดระวังอย่างยิ่ง<br />
อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในราศีธนูซึ่งเป็นราศีธาตุไฟ ให้ระมัดระวังเรื่องปัญหาความไม่สงบในบ้านเมือง จะเกิดอัคคีภัย มีปัญหาความขัดแย้งอันนำมาซึ่งไฟไหม้ครั้งสำคัญ ระวังเรื่องการวางเพลิง มีเรื่องทำให้จิตใจของพวกผู้ชายวุ่นวาย เกิดเหตุการณ์สาธารณะที่ตื่นเต้น เกิดการก่อกวน เกิดการมีปากเสียง เกิดเหตุคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญสำคัญ บางครั้งเกิดการปะทะของกองกำลังต่างๆ ที่รุนแรง และอาจเกิดภัยของสงคราม กองทัพเกิดการเคลื่อนไหวคึกคัก เกิดการตายของประชาชนและมีการสูญเสียบุคคลสำคัญในระดับสูง ฝนแล้ง ดินฟ้าอากาศแปรปรวน มีการใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องไฟและน้ำในโครงการต่างๆ และมีการจัดเก็บภาษีอากรเพิ่มขึ้น ประชาชนถูกกระทบกระเทือนในการดำรงชีวิต<br />
อุปราคาครั้งนี้บังเกิดในอาณาเขตของฉัฏฐมนวางศ์ 4 ทุติยตรียางศ์ 3 ในราศีธนู <a title="โหราศาสตร์" href="http://horapinyo.com/">โหราศาสตร์</a>ชะตาบ้านเมืองกล่าวว่า โรคทางปากและทางเท้าจะระบาด จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บระบาด มีเชื้อโรคใหม่เกิดขึ้น ประชาชนจะเจ็บป่วย มีโรคภัยไข้เจ็บแพร่หลายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลและผู้นำระดับสูงออกมาแสดงบทบาทให้ความช่วยเหลือประชาชน</p>
<p>ราศีธนูเป็นพื้นที่ภพที่ 9 ของดวงเมือง ภพที่ 9 หมายถึง การคมนาคมทางไกล เช่น การเดินเรือ การคมนาคมทางทะเล การบิน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับคนโดยสารหรือส่งสินค้าก็ตาม การเดินทางไกลทางบก การสื่อสารกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรศัพท์ และเทคโนโลยีต่างๆ ก็ตาม ข่าวสารทางการเมืองนอกประเทศ เช่น หนังสือพิมพ์ การโฆษณา การพิมพ์ การศาสนา การศาล ผู้พิพากษา วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย สถาบันชั้นสูง ปรัชญา ศาสตราจารย์</p>
<p>เมื่อเกิดอุปราคาในภพที่ 9 จะเกิดปัญหาขัดแย้งยุ่งยากวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องสนธิสัญญา ข้อตกลงในวงการต่างประเทศ วงการการศึกษา การแพทย์และกฎหมาย จะสูญเสียผู้ใหญ่ในบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการศาสนา จะเกิดการสูญเสียผู้นำในวงการศาสนา เกิดปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับนิกายต่างๆ เกิดพายุครั้งใหญ่ เกิดมีอุบัติเหตุครั้งสำคัญ มีอุบัติภัยทางทะเลและทางอากาศ อากาศยานตกได้รับความเสียหาย ยังความอับโชคให้แก่การเดินเรือและกะลาสี บังเกิดความยุ่งยากจากต่างประเทศ และมีปัญหาเกี่ยวกับดินแดนอาณาเขตที่มีแนวโน้มจะบานปลาย</p>
<p>อุปราคาครั้งนี้เกิดในปุรพาษาฒนักษัตรฤกษ์ที่ 20 ในอาณาเขตของมหัทธโนฤกษ์ มหัทธโน แปลว่า คหบดี เศรษฐี ผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีดาวจันทร์ (2) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ ฤกษ์นี้เป็นบูรณนักษัตรฤกษ์ ถือเป็นฤกษ์ที่ดี มุ่งให้มีความมั่นคง เข้มแข็งถาวร เป็นปึกแผ่นแน่นหนา มีความพร้อมเพรียง มีความเจริญก้าวหน้า เหมาะแก่การประกอบกิจการงานของเศรษฐี พ่อค้า คหบดี นายห้าง นายธนาคาร การเงิน การค้า การอุตสาหกรรม ความเจริญก้าวหน้ามั่นคงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ทำมาค้าขึ้น มีผลประโยชน์เพิ่มขึ้น มีเงินทองไหลมาเทมา ตลอดจนการประกอบการงานมงคลได้ทุกอย่าง เช่น การปลูกสร้างอาคารเป็นหลักฐานมั่นคง ขึ้นบ้านใหม่ โกนผมไฟ งานมงคลสมรส รับตำแหน่งหน้าที่ใหม่เกี่ยวกับเรื่องการเงิน เปิดสถาบันการเงิน ธนาคาร ห้างร้านและบริษัท ลาสิกขา</p>
<p>ดังนั้น เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้จึงทำให้มีปัญหายุ่งยากเกี่ยวกับกฎหมายทางการเงิน มีการสูญเสียเศรษฐี มหาเศรษฐี คนที่มีฐานะร่ำรวยจะประสบกับปัญหา มีการลักวิ่งชิงปล้นเกี่ยวกับเงินทองกันมากขึ้น<br />
ครั้งที่ 2 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2554 เวลา 04.03 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาในราศีพฤษภ ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ในระยะ 17 องศา 01 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านฉัฏฐมนวางศ์ 4 ทุติยตรียางศ์ 4 (พิษครุฑ) เสวยโรหิณีนักษัตรฤกษ์ที่ 4 ในอาณาเขตของภูมิปาโลฤกษ์ อุปราคาในครั้งนี้เป็นสุริยุปราคา ได้บังเกิดขึ้นในราศีรูปโค เวลากลางคืน จึงไม่สามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีพฤษภเป็นราศีชั้น 2 ชนิดสถิรราศี มีผลคงอยู่ได้นาน แต่ในบางกรณีเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันทันทีโดยไม่ทันคาดหมายและรุนแรง ทำให้เกิดภัยพิบัติใหญ่โต มีอิทธิพลครอบงำรัฐสภาและการเงินของชาติ ก่อให้เกิดความยุ่งยาก มีปัญหาสำคัญที่จะต้องป้องกันแก้ไข ผลของการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดโรคภัยระบาด มีคนล้มตายเพิ่มขึ้น บุคคลสำคัญของประเทศถึงแก่กรรม</p>
<p>อุปราคาครั้งนี้เกิดในราศีพฤษภ เป็นปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ให้ระมัดระวังเรื่องดิน ความเสียหายเกี่ยวกับแผ่นดิน การสูญเสียที่ดิน แผ่นดินไหว แผ่นดินทรุด แผ่นดินถล่ม การพังทลายของดิน อาคาร ตึกรามบ้านช่อง สิ่งก่อสร้างพังทลาย ทำให้เกิดผลเสียหายกับพืชผลทางการเกษตร ดินแดนอาณาเขตมีปัญหา การค้าขาย การเกษตรกรรม พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและน้ำอุปโภคบริโภค น้ำที่ใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตรยังเป็นปัญหาหลักที่ต้องแก้ไข โลกธุรกิจถูกก่อกวนหรือถูกกระทบกระเทือน รัฐบาลมีคะแนนนิยมตกต่ำลง เพราะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และการคอรัปชั่น เกิดการฉกฉวยโอกาส เอารัดเอาเปรียบเกิดขึ้นทั่วไป จนทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างชนชั้นมากขึ้น นายทุนกับกรรมกรและผู้ใช้แรงงาน</p>
<p>มีการนัดหยุดงานปรากฏให้เห็นทั่วไป เกิดการว่างงานมากขึ้น ธุรกิจและการงานประสบกับปัญหา เช่น การขาดทุน งานบริการที่เคยโดดเด่นกลับทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพของประชาชนและโครงการเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนถูกกระทบกระเทือน อำนวยความอับโชคให้กับรัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษ และบางครั้งกับผู้นำในระดับสูง มีปัญหาเรื่องดินฟ้าอากาศแปรปรวนติดตามมา<br />
เกิดสุริยุปราคาในราศีพฤษภ ในระยะ 17 องศา 01 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านฉัฏฐมนวางศ์ 4 ทุติยตรียางศ์ 4 (พิษครุฑ) การเดินทางและการติดต่อสื่อสารจะมีปัญหาระส่ำระสายไปทั่วประเทศ ผู้นำในระดับสูง ผู้ปกครองที่ดำรงอำนาจอยู่จะเกิดอันตราย บุคคลที่มีชื่อเสียงจะป่วยหนักหรือถึงแก่กรรม การประชุมมีปัญหา<br />
ราศีพฤษภเป็นภพที่ 2 ของดวงเมือง การเงินของประเทศจะถูกกระทบกระเทือนได้รับความเสียหาย ปัญหาเกี่ยวกับการเงิน การคลัง และการค้าเกิดความยุ่งยาก มีปัญหาและอุปสรรคที่สลับซับซ้อน และยุ่งยากซับซ้อนที่จะแก้ไข เกิดความล้มเหลวทางการเงินและการค้าครั้งใหญ่ อาจเกิดขึ้นส่งผลกระทบไปทั่ว ธนาคารและสถาบันทางการเงินตกอยู่ในฐานะคับขัน เกิดความผันแปรในทางภาษีอากร นายธนาคารหรือนักการเงินผู้มีอิทธิพลถึงแก่กรรม</p>
<p>อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในโรหิณีนักษัตรฤกษ์ที่ 4 ในอาณาเขตของภูมิปาโลฤกษ์ บาทฤกษ์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นพิษครุฑ ภูมิปาโล แปลว่า ผู้รักษาแผ่นดิน มีพระพุธ (4) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ เป็นบูรณฤกษ์ที่เข้มแข็ง เหมาะแก่การวางฤกษ์ประกอบกิจการงานเพื่อความมั่นคงถาวรเป็นหลักฐานในระยะเวลายาวนาน ค่อยๆ เจริญขึ้นจนบรรลุวัตถุประสงค์หลัก เรื่องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ บ้านที่ดิน อาคารสถานที่ เช่น จัดสรรบ้านและที่ดิน ลงเสาเข็ม ปลูกสร้างอาคาร บ้านเรือน ยกศาลพระภูมิ ถาวรวัตถุ พิพิธภัณฑ์ การเกษตร ควบคุมดูแลรักษาพัสดุ การทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน สิ่งก่อสร้างต่างๆ เปิดอาคาร กิจการบริษัท ห้างร้านเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือการเกษตร หมั้น แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ลาสิกขา<br />
เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้ย่อมไม่ส่งผลดีด้านการรักษาแผ่นดิน ดินแดนและน่านน้ำอาณาเขตมีปัญหาขัดแย้ง ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงควรระมัดระวังให้ดี เพราะอาจส่งผลให้เกิดปัญหาการเมืองการปกครองติดตามมา ระเบียบแบบแผนในสายการปกครองไม่ชัดเจน เกิดปัญหาสับสนวุ่นวายจนเกิดการระส่ำระสาย ปัญหาเรื่องดินแดนอาณาเขตเป็นปัญหาที่ต้องหาทางออกทั้งสี่ทิศ</p>
<p>ครั้งที่ 3 เกิดจุดจันทร์เพ็ญในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2554 เวลา 03.15 น. ได้บังเกิดจันทรุปราคาเป็นสรรพคราสในราศีธนู เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) ในระยะ 00 องศา 23 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านปฐมนวางศ์ 3 ปฐมตรียางศ์ 5 เสวยมูละนักษัตรฤกษ์ที่ 19 ในอาณาเขตของทลิทโทฤกษ์ จันทรุปราคายังให้ผลรุนแรงน้อยกว่าสุริยุปราคาก็จริงอยู่ แต่ยังมีส่วนเชื่อมโยงกับเรื่องของประเทศชาติ ประชาชนหรือคนหมู่มาก<br />
จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นชนิดมืดมิดดวงจึงมีความสำคัญมาก ได้บังเกิดขึ้นในราศีธนู เวลากลางคืน จึงสามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีธนูเป็นราศีที่ตั้งของภพสำคัญ จึงมีความสำคัญมากที่จะต้องทำการศึกษา ราศีธนูเป็นราศีชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นทวิภาวะราศี หรือสามัญราศี หรืออุภยราศี จะก่อให้เกิดเรื่องที่ส่งผลยุ่งยากสลับซับซ้อนซึ่งยากแก่การสอบสวน เกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องของการชุมนุมประท้วงทางการเมือง การชุมนุมของกรรมกรผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงาน เป็นห้วงเวลาที่เกิดคดีอาชญากรรมมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บในคนและสัตว์ระบาดอย่างหนัก มีความยุ่งยากในวงการศาสนาและการศึกษา มีผลตามหลังอุปราคาด้วยอุบัติเหตุครั้งสำคัญเกิดขึ้นในการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งทางทะเล ทางพื้นดิน และทางอากาศ<br />
ดังนั้น การเดินทางจึงควรระมัดระวังอย่างยิ่ง ราศีธนูเป็นราศีธาตุไฟ ให้ระมัดระวังจะเกิดอัคคีภัย จะเกิดไฟไหม้ครั้งสำคัญ มีเรื่องทำให้จิตใจของพวกผู้ชายวุ่นวาย เกิดเหตุการณ์สาธารณะที่ตื่นเต้น เกิดการก่อกวน เกิดการมีปากเสียง เกิดเหตุฆาตกรรมสำคัญ บางครั้งเกิดการปะทะของกองกำลังต่างๆ และอาจเกิดภัยของสงคราม กองทัพเกิดการเคลื่อนไหวคึกคัก เกิดการตายของประชาชนและบุคคลสำคัญในระดับสูง ทั้งๆ ที่จะเข้าสู่ฤดูฝน แต่อากาศยังร้อน ฝนยังแล้ง มีการใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องไฟและน้ำในโครงการต่างๆ และมีการจัดเก็บภาษีอากรเพิ่มขึ้น ประชาชนถูกกระทบกระเทือนในการดำรงชีวิต</p>
<p>อุปราคาครั้งนี้รัศมีคราสพาดผ่านปฐมนวางศ์ 3 ปฐมตรียางศ์ 5 โหราศาสตร์ชะตาบ้านเมืองกล่าวว่า จะเกิดคดีอาชญากรรมที่รุนแรงยิ่งขึ้น เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง ประชาชนได้รับความทุกข์ยากลำบากจนผู้นำระดับสูงออกมาแสดงบทบาทให้ความช่วยเหลือประชาชน<br />
ราศีธนูเป็นภพที่ 9 ของดวงเมือง ภพที่ 9 หมายถึง การคมนาคมทางไกล เช่น การเดินเรือ การคมนาคมทางทะเล การบิน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับคนโดยสารหรือส่งสินค้าก็ตาม การเดินทางไกลทางบก การสื่อสารกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรศัพท์ และเทคโนโลยีต่างๆ ก็ตาม ข่าวสารทางการเมืองนอกประเทศ เช่น หนังสือพิมพ์ การโฆษณา การพิมพ์ การศาสนา การศาล ผู้พิพากษา วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย สถาบันชั้นสูง ปรัชญา ศาสตราจารย์</p>
<p>เมื่อเกิดอุปราคาในภพที่ 9 จะเกิดปัญหายุ่งยากวุ่นวายในวงการศาสนา วงการการศึกษา วงการแพทย์และกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการศาสนา จะเกิดการสูญเสียผู้นำ เกิดปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับนิกายต่างๆ เกิดพายุใหญ่ เกิดอุบัติเหตุครั้งสำคัญ มีอุบัติภัยทางทะเลและทางอากาศ อากาศยานตกได้รับความเสียหาย ยังความอับโชคให้แก่การเดินเรือและกะลาสี บังเกิดความยุ่งยากจากต่างประเทศแดนไกลและดินแดนอาณาเขต เนื่องจากเป็นจันทรุปราคาในเรือนศุภะ จึงควรดูแลสุขภาพอนามัยของผู้นำทางจิตวิญญาณและสตรีผู้สูงศักดิ์ให้ดี เพราะจะเจ็บป่วยหรือสูญเสีย นำความเศร้าโศกมาสู่ประชาชนได้<br />
อุปราคาครั้งนี้เกิดในมูละนักษัตรฤกษ์ที่ 19 ในอาณาเขตของทลิทโทฤกษ์ บาทฤกษ์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นพิษนาค ทลิทโท แปลว่า ผู้ขอ ผู้มักน้อย ยากจนเข็ญใจ มีพระอาทิตย์ (1) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ที่ 1 เป็นนวางค์ขาด เรียกว่าจัตตุรฤกษ์ หรือขันธฤกษ์ (พยะกะริขัง) จึงไม่ควรให้ฤกษ์ เพราะเป็นจุดให้เกิดความเสียหายและอันตรายต่างๆ ได้ ฤกษ์นี้ใช้ประกอบกิจการเพื่อให้เกิดความเมตตาปรานี มีความสงสารเห็นอกเห็นใจกัน ยินยอมให้ความช่วยเหลือหรือร่วมมือแต่โดยดี ได้ลาภจากการขอ เช่น การสู่ขอ ยื่นเรื่องราวร้องทุกข์เพื่อขอความเป็นธรรม กู้ยืมเงิน ทวงหนี้ ขอสิ่งต่างๆ งานที่ต้องการความช่วยเหลือ ของานทำ ขอผัดผ่อน ขอร้อง ขอคืนดี ขอส่วนแบ่ง รับเงินปันผล เรี่ยไร เปิดงานการกุศล สวัสดิการและการสังคมสงเคราะห์ หาผู้อุปการะ ผู้ช่วยเหลือ ผู้ค้ำประกัน เปิดร้านขายของชำเล็กๆ น้อยๆ กิจการซื้อขายของชำรุด ของเก่า สมัครงานหรือทำการใดๆ ที่ริเริ่มใหม่<br />
ดังนั้น เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้จะทำให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะตรงกันข้าม คือ สังคมจะมีการเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น ไม่เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ไม่มีความเมตตาปรานี ขาดการประนีประนอม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน มีการเห็นแก่ได้ ชิงดีชิงเด่นกันมากขึ้น</p>
<p>ครั้งที่ 4 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2554 เวลา 15.54 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาในราศีมิถุน วาโยธาตุ (ธาตุลม) ในระยะ 15 องศา 11 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านปัญจมนวางศ์ 7(8) ทุติยตรียางศ์ 6 เสวยอารทรานักษัตรฤกษ์ที่ 6 ในอาณาเขตของเทวีฤกษ์<br />
อุปราคาในครั้งนี้ได้บังเกิดขึ้นในราศีคนคู่ ซึ่งเป็นราศีชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นทวิภาวะราศี จะก่อให้เกิดเรื่องที่ส่งผลยุ่งยากสลับซับซ้อนซึ่งยากแก่การสอบสวน นอกจากจะเป็นราศีของภพเรือนมุม ไม่บังเกิดผลใหญ่โตและสำคัญเหมือนอุปราคาที่เกิดในราศีอื่นๆ เกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องกรรมกรผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงาน เป็นห้วงเวลาที่เกิดอาชญากรรมมากมาย โรคภัยไข้เจ็บในคนและสัตว์ระบาดอย่างหนัก และความอยากได้ มีความยุ่งยากในวงการศาสนา วงการการศึกษา กฎหมายและการแพทย์ มีผลตามหลังอุปราคาด้วยอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมายในการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งทางทะเล ทางพื้นดินและทางอากาศ<br />
ดังนั้น การเดินทางจึงควรระมัดระวังอย่างยิ่ง อุปราคาครั้งนี้เกิดในราศีมิถุน เป็นวาโยธาตุ (ธาตุลม) ทำให้เกิดลมพายุทำลายล้างที่รุนแรง รัฐสภาจะตกต่ำ ถูกครอบงำโดยผู้มีอิทธิพลและผลประโยชน์ มีปัญหายุ่งยากในการร่างกฎหมาย กฎหมายหลายฉบับมีปัญหา คณะพรรคการเมืองมีการแตกแยกอย่างชัดเจน มีปัญหายุ่งยากกับประเทศเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถูกรบกวนและผันแปร เกิดปัญหาเกี่ยวกับสนธิสัญญาหรือพันธไมตรีกับมิตรประเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน และต่างประเทศจะขาดความนิยม</p>
<p>เกิดสุริยุปราคาในราศีมิถุน ในระยะ 15 องศา 11 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านปัญจมนวางศ์ 7 (8) ทุติยตรียางศ์ 6 จะเกิดอาชญากรรมอันร้ายแรงยิ่งนัก เกิดการเป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนา วงการนักบวชเกิดการแตกแยก ผู้นำในระดับสูง ผู้ปกครองที่ดำรงอำนาจอยู่จะเกิดอันตราย บุคคลที่มีชื่อเสียงจะป่วยหนักหรือถึงแก่กรรม ราศีมิถุนเป็นภพที่ 3 ของดวงเมือง หมายถึง การขนส่ง การคมนาคมภายในประเทศ ทางรถไฟ ถนนหนทาง แม่น้ำ ทะเล รถยนต์ ตลอดจนการให้ข่าวสาร การไปรษณีย์ การสื่อสารโทรศัพท์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือเล่ม อินเทอร์เน็ต งานทางด้านวรรณกรรม การศึกษา โรงเรียน ธุรกิจที่ต้องใช้สมองและบรรดาประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง<br />
ดังนั้น เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นจะมีอิทธิพลทำให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาในการเดินทางโดยรถไฟ รถยนต์ เรือ เกิดปัญหาและความยุ่งยากเกี่ยวกับการเดินทาง การติดต่อ การขนส่ง การสื่อสาร และจะเกิดปัญหาความยุ่งยากในวงการสื่อสารมวลชน การขนส่งมวลชน วงการการศึกษา หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ นักเขียน ผู้พิมพ์โฆษณา และนักจัดรายการทางสื่อมวลชนต่างๆ ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านมีปัญหาและอุปสรรคที่สลับซับซ้อนและยุ่งยากที่จะแก้ไข</p>
<p>อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในเสวยอารทรานักษัตรฤกษ์ที่ 6 ในอาณาเขตของเทวีฤกษ์ มีพระพฤหัสบดี (5) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ เป็นบูรณฤกษ์ เทวี แปลว่า นางพญา หมายถึง สตรีผู้มีฐานะและตำแหน่งสูง เป็นฤกษ์เพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีเกียรติยศชื่อเสียง สวยงาม หรูหรา อ่อนหวาน ร่มเย็น เป็นเสน่ห์ในกายตน การประสบโชคลาภ สตรีอุปถัมภ์ มีความสมบูรณ์พูนสุข สมความปรารถนา เช่น การสู่ขอ งานหมั้น แต่งงาน ส่งตัวเจ้าสาวเข้าหอ เข้าเฝ้า เข้าหาเจ้านายฝ่ายสตรี เปิดงานแสดงศิลปชั้นสูง วรรณกรรม ศิลปกรรม นาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ วัฒนธรรม ขายเสื้อผ้า เครื่องสำอางแฟชั่น อัญมณี งานเกี่ยวกับความรัก การสังคม แจกวุฒิบัตร เปิดสถาบัน โรงเรียน หอพักสตรี กิจการของสตรี ขึ้นบ้านใหม่ ลาสิกขา เป็นต้น</p>
<p>เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้ทำให้วงการสตรีและเด็ก รวมทั้งวงการบันเทิง ศิลปินเด็กและสตรีมีปัญหา สตรีและเด็กถูกล่วงละเมิดสิทธิอย่างรุนแรงในหลายด้าน เช่น สิทธิสตรีและเด็กถูกกระทบกระเทือน การล่วงละเมิดทางเพศและการถูกเอาเปรียบเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ เกิดการสูญเสียสตรีและบุคคลสำคัญในวงการดังกล่าว มีการฉกฉวยโอกาส เอารัดเอาเปรียบทางการค้าเกิดขึ้นกับสตรีและเด็กโดยทั่วไป มีปัญหาเรื่องการใช้แรงงานเด็กและสตรี ธุรกิจและการงานตามความหมายของหมวดฤกษ์ประสบปัญหายุ่งยาก งานบริการงานรื่นเริงบันเทิงใจที่เคยโดดเด่นกลับทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพและโครงการเกี่ยวกับสุขภาพเด็กและสตรีถูกกระทบกระเทือน อบายมุขจะเฟื้องฟู ประชาชนจะลุ่มหลงในอบายมุขตามการโฆษณาชวนเชื่อ ทำเกิดให้เกิดปัญหาสังคมเกิดขึ้นตามมามากมาย<br />
ครั้งที่ 5 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 เวลา 13.10 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาในราศีพิจิก อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) ในระยะ 8 องศา 35 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านตติยนวางศ์ 4 ปฐมตรียางศ์ 3 เสวยอนุราธนักษัตรฤกษ์ที่ 17 ในอาณาเขตของราชาฤกษ์</p>
<p>อุปราคาในครั้งนี้เป็นสุริยุปราคา ได้บังเกิดขึ้นในราศีพิจิกรูปแมงป่อง ราศีของคนก้นงอนเอวคอดเดินส่ายก้นไปมา เกิดขึ้นในเวลากลางวัน จึงสามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีพิจิกเป็นราศีชั้น 2 ชนิดสถิรราศี มีผลคงอยู่ได้นาน แต่ในบางกรณีเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันทันทีโดยไม่ทันคาดหมายและรุนแรง ทำให้เกิดภัยพิบัติใหญ่โต มีอิทธิพลครอบงำรัฐสภาและการเงินของชาติ ก่อให้เกิดความยุ่งยาก มีปัญหาสำคัญที่จะต้องป้องกันแก้ไข ผลของการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้สูญเสีย เช่น เกิดการล้มตาย เกิดโรคภัยระบาด มีคนล้มตายเพิ่มขึ้น บุคคลสำคัญของประเทศถึงแก่กรรม<br />
อุปราคาเกิดขึ้นในราศีพิจิกซึ่งเป็นอาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) ก่อให้เกิดปัญหาวาตภัยและอุทกภัยที่รุนแรง สึนามิกำลังถามหา ประชาชนหวาดผวาไปตามๆ กัน ฝนตกมากจนเกินไป เกิดพายุหมุนและฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรง บางพื้นที่เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม สร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก มีการตายจากการจมน้ำ เกิดอุบัติภัยในแม่น้ำ ทะเล มหาสมุทร รัฐบาลประสบปัญหาอย่างรุนแรงเรื่องการแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำ ทั้งน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคและน้ำที่ใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม อาชีพเกี่ยวกับน้ำ น้ำเมา ของเหลวมีปัญหา โรคภัยไข้เจ็บยังระบาดอย่างหนัก ทำให้คนตายเพิ่มขึ้นจากโรคภัยที่มาจากน้ำและของเหลว การค้าและเกษตรกรรมเสียหาย</p>
<p>อุปราคาเกิดขึ้นในภพที่ 8 ของดวงเมือง ภพที่ 8 หมายถึง การตาย ประเภทของคนตาย ภาษีคนตาย ความสัมพันธ์ทางการเงินกับต่างประเทศ ความลับของรัฐบาล โรคระบาด สภาองคมนตรี ดังนั้น เมื่อเกิดอุปราคาในภพที่ 8 จะบังเกิดความอับโชคแก่ผู้นำ ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและรัฐบาล ในโหราศาสตร์ชะตาบ้านเมืองกล่าวว่า ถ้าเป็นสุริยุปราคา บุคคลสำคัญบางคนจะถึงแก่กรรมหรือไม่ก็เป็นผู้อยู่ในราชตระกูล ชนชั้นสูง ถ้าเป็นจันทรุปราคาจะเกิดการตายในหมู่ชนสามัญหรือสตรีผู้มีชื่อเสียง สุขภาพของประชาชนของประเทศเสื่อมโทรม เกิดโรคระบาด ประชาชนเจ็บไข้ เกิดอาชญากรรมร้ายแรง เกิดความปั่นป่วนในวงการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมรดก กฎหมายมรดก ของเก่าๆ สิ่งเก่าๆ และความสัมพันธ์ทางการเงินกับต่างประเทศ ความลับของรัฐบาลจะถูกเปิดเผยออกมา<br />
รัศมีคราสพาดผ่านตติยนวางศ์ 4 ปฐมตรียางศ์ 3 ระวังจะเกิดปัญหาที่รุนแรงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจนเกิดเป็นภาวะสงคราม เกิดความสับสนอลหม่านไปทั่ว เกิดการเปลี่ยนแปของสภาพดินฟ้าอากาศที่รุนแรง มีพายุใหญ่ น้ำท่วม เกิดผลส่วนใหญ่ในทางอุตุนิยมวิทยา<br />
อุปราคาครั้งนี้พาดผ่านอนุราธนักษัตรฤกษ์ที่ 17 ในอาณาเขตของราชาฤกษ์ ราชา แปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน มีดาวศุกร์ (6) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ ฤกษ์นี้เป็นฤกษ์ที่ดี มีความมั่นคงเข้มแข็ง โอ่อ่า ยิ่งใหญ่ไพศาล มีคนยกย่องสรรเสริญ โดยเฉพาะกิจของผู้ใหญ่ ผู้นำ เหมาะสำหรับงานราชพิธี รัฐพิธี ราชการงานเมือง งานที่ต้องการชักจูงให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม การปกครอง บังคับบัญชา การเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ การจัดตั้งรัฐบาล ตั้งเสาหลักเมือง ทำงานชิ้นสำคัญที่ต้องแสดงฝีมือ และแสวงหาชื่อเสียง เกียรติคุณ การควบคุมกิจการ เข้าหาผู้ใหญ่ งานมงคลสมรสที่มีเกียรติหรูหรา วางศิลาฤกษ์สร้างอาคารที่สง่างาม การเปิดทำการของทางราชการ เปิดสถาบัน โรงเรียน หอพักชาย เปิดกิจการบริษัทห้างร้านและขึ้นบ้านใหม่ที่ใหญ่โตโอ่อ่า เดินทางตรวจงาน เอาของเข้าบ้าน นุ่งห่มผ้าใหม่ ซื้อยานพาหนะ ซื้อเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวยหรู แสดงสุนทรพจน์ ประชุมเสนาธิการ แถลงนโยบาย เป็นต้น</p>
<p>เมื่ออุปราคาพาดผ่านฤกษ์นี้จะส่งผลให้เกิดการสูญเสียบุคคลสำคัญในระดับสูง ผู้นำจะเจ็บป่วย บุคคลผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในระดับสูงมีปัญหาหรือเจ็บป่วยจนปฏิบัติหน้าที่มิได้จนกระทั่งต้องแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ราชพิธี รัฐพิธี ราชการงานเมืองเกิดมีปัญหาและอุปสรรคต้องแก้ไข มีปัญหาเรื่องชื่อเสียงเกียรติยศถูกกระทบกระเทือน<br />
ครั้งที่ 6 เกิดจุดจันทร์เพ็ญในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2554 เวลา 21.38 น. ได้บังเกิดจันทรุปราคาในราศีพฤษภ ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ในระยะ 24 องศา 10 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านอัฏฐมนวางศ์ 1 ตติยตรียางศ์ 7 เสวยมฤคศิรนักษัตรฤกษ์ที่ 5 ในอาณาเขตของเทศาตรีฤกษ์<br />
อุปราคาในครั้งนี้เป็นจันทรุปราคา ได้บังเกิดขึ้นในราศีพฤษภ (รูปโค) เวลากลางคืน สามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีพฤษภเป็นราศีชั้น 2 ชนิดสถิรราศี มีผลคงอยู่ได้นาน แต่ในบางกรณีเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันทันทีโดยไม่ทันคาดหมายและรุนแรง ทำให้เกิดภัยพิบัติใหญ่โต มีอิทธิพลครอบงำรัฐสภาและการเงินของชาติ ก่อให้เกิดความยุ่งยาก มีปัญหาสำคัญที่จะต้องป้องกันแก้ไข ผลของการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดโรคภัยระบาด มีคนล้มตายเพิ่มขึ้น บุคคลสำคัญของประเทศถึงแก่กรรม</p>
<p>อุปราคาเกิดในราศีพฤษภ เป็นปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ให้ระมัดระวังเรื่องดิน ความเสียหายเกี่ยวกับแผ่นดิน การสูญเสียที่ดิน แผ่นดินทรุด แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม การพังทลายของดิน อาคาร ตึกรามบ้านช่อง สิ่งก่อสร้างพังทลาย ทำให้เกิดผลเสียหายกับพืชผลทางการเกษตร ดินแดนอาณาเขตมีปัญหา การค้าขาย การเกษตรกรรม พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและน้ำอุปโภคบริโภค น้ำที่ใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตรยังเป็นปัญหาหลักที่ต้องแก้ไข โลกธุรกิจถูกก่อกวนหรือถูกกระทบกระเทือน รัฐบาลมีคะแนนนิยมตกต่ำลง เพราะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และการคอรัปชั่น เกิดการฉกฉวยโอกาส เอารัดเอาเปรียบเกิดขึ้นทั่วไป จนทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างชนชั้นมากขึ้น นายทุนกับกรรมกรและผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงานปรากฏให้เห็นทั่วไป เกิดการว่างงานมากขึ้น ธุรกิจและการงานประสบกับปัญหา เช่น การขาดทุน งานบริการที่เคยโดดเด่นกลับทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพของประชาชนและโครงการเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนถูกกระทบกระเทือน อำนวยความอับโชคให้กับรัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษ และบางครั้งกับผู้นำในระดับสูง มีปัญหาเรื่องดินฟ้าอากาศแปรปรวนติดตามมา</p>
<p>เกิดอุปราคาในราศีพฤษภ ในระยะ 24 องศา 10 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านอัฏฐมนวางศ์ 1 ตติยตรียางศ์ 7 ระวังปัญหาข้าวยากหมากแพง อุบัติภัยและโรคภัยไข้เจ็บระบาด ประชาชนได้รับผลกระทบกระเทือน<br />
ราศีพฤษภเป็นภพที่ 2 ของดวงเมือง การเงินของประเทศจะถูกกระทบกระเทือนได้รับความเสียหาย ปัญหาเกี่ยวกับการเงิน การคลัง เศรษฐกิจและการค้าเกิดความยุ่งยาก มีปัญหาและอุปสรรคที่สลับซับซ้อนและยุ่งยากที่จะแก้ไข เกิดความล้มเหลวทางการเงินและการค้าครั้งใหญ่ อาจเกิดขึ้นส่งผลกระทบไปทั่ว ธนาคารและสถาบันทางการเงินตกอยู่ในฐานะคับขัน เกิดความผันแปรในทางภาษี นายธนาคารหรือนักการเงินผู้มีอิทธิพลถึงแก่กรรม<br />
อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในเสวยมฤคศิรนักษัตรฤกษ์ที่ 5 ในอาณาเขตของเทศาตรีฤกษ์ เทศาตรี แปลว่า ข้ามถิ่น หมายถึง ฤกษ์พ่อค้าข้ามถิ่น มีพระเสาร์ (7) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ เป็นฤกษ์แตก เพราะบาทฤกษ์จะอยู่สองราศี ราศีละ 2 บาท เรียกว่าพินทุฤกษ์ หรือติณฤกษ์ เหมาะสำหรับการติดต่อค้าขายระหว่างถิ่น ให้มีผู้นิยมชมชอบ มีความสนุกสนาน มีคนไปมาหาสู่เข้าๆ ออกๆ มากมายมิได้ขาด เช่น เปิดโรงมหรสพ สถานเริงรมย์ บาร์ ไนต์คลับ ซ่องโสเภณี โรงแรม สโมสร ภัตตาคาร คอฟฟี่ช็อป สถานบริการอาบอบนวด ธุรกิจการบันเทิง โรงภาพยนตร์ ศิลปิน นักแสดง ตลาด ศูนย์การค้า การค้าต่างถิ่น</p>
<p>เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้จะเกิดปัญหาความสูญเสียเกิดขึ้น จนมีผลให้กิจการมหรสพหยุดชะงัก วงการบันเทิง ศิลปินมีปัญหา เกิดความเศร้าโศกเกิดขึ้นในประเทศ กิจการที่มีปัญหาหยุดชะงัก คือ การมหรสพ การรื่นเริงบันเทิงใจ งานสังคมต่างๆ สโมสร สมาคม ศูนย์การค้า ภัตตาคาร โรงแรม สถานบริการอาบอบนวด ภาพยนตร์ วิดีโอ ร้านเสริมสวย เครื่องสำอาง เกิดการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการดังกล่าว มีการฉกฉวยโอกาส เอารัดเอาเปรียบทางการค้าเกิดขึ้นทั่วไป จนทำให้เกิดปัญหาค่าครองชีพ มีการแตกต่างชนชั้น มีปัญหาระหว่างนายทุนกับกรรมกรและผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงานปรากฏให้เห็นทั่วไป มีคนว่างงานมากขึ้น ธุรกิจและการงานตามความหมายของหมวดฤกษ์ประสบกับการขาดทุน<br />
งานบริการ งานรื่นเริงบันเทิงใจที่เคยโดดเด่นกลับทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพของประชาชนและโครงการเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนถูกกระทบกระเทือน อบายมุขจะเฟื่องฟู ประชาชนจะลุ่มหลงในอบายมุขตามการโฆษณาชวนเชื่อ ทำเกิดให้เกิดปัญหาสังคมเกิดขึ้นตามมามากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศชาติเกิดวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เกิดมีอาเพศ 16 ประการขึ้นในบ้านเมือง</p>
<p>ดังนั้น จึงขอนำเสนอเพื่อประกอบการพิจารณา ลักษณาการทางสังคมได้ ดังนี้คือ<br />
ดาวเดือนดินฟ้าจะอาเพศ อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ เกิดนิมิตพิศดารทุกบ้านเมือง พระคงคาจะแดงเดือดดั่งเลือดนก อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง ผีป่าจะวิ่งเข้าสิงเมือง ผีเมืองจะออกไปอยู่ไพร<br />
พระเสื้อเมืองจะเอาตัวหนี พระกาฬกลีจะเข้ามาเป็นไส้<br />
พระธรณีจะตีอกไห้ อกพระกาฬจะไหม้อยู่เกรียมกรม<br />
ในลักษณะทำนายไว้บ่อห่อนผิด เมื่อพินิจพิศจะเห็นสม<br />
มิใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม มิใช่เทศกาลลมฝนก็อุบัติ<br />
ทุกต้นไม้หย่อมหญ้าสารพัดเกิดวิบัตินานาทั่วสากล<br />
เทวดาซึ่งรักษาพระศาสนาจะรักษาแต่ฝ่ายอกุศล<br />
สัปบุรุษจะแพ้แก่ทรชน มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก<br />
ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว คนชั่วจะมล้างผู้มีศักดิ์<br />
ลูกศิษย์จะสู้ครูพัก จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย<br />
ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย<br />
กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม<br />
ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า เพราะจัณฑาลมันเข้ามาเสพสม<br />
ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอารมณ์ เพราะสมัครสมาคมด้วยมารยา<br />
พระมหากษัตริย์จะเสื่อมสิงหนาท ประเทศราชจะเสื่อมซึ่งยศถา<br />
อาสัจจะเลื่องลือชา พระธรรมาจะต่ำลึกลับ<br />
ผู้กล้าจะเสื่อมใจหาญ จะสาปสูญวิชาการทั้งปวงสรรพ<br />
ผู้มีสินจะถอยจากทรัพย์ สัปบุรุษจะอับซึ่งน้ำใจ<br />
ทั้งอายุจะถอยเคลื่อนจากเดือนปี ประเวณีจะแปรปรวนตามวิสัย<br />
ทั้งพืชแผ่นดินจะหย่อนไป ผลหมากรากไม้จะถอยรส<br />
ทั้งสรรพว่านยาจะอาเพศ เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด<br />
จวงจันทน์พรรณไม้อันหอมรส จะถอยถดไปตามประเพณี<br />
ทั้งข้าวก็จะยากหมากจะแพง สารพันจะแห้งแล้งไปทุกที่<br />
จะบังเกิดทรพิษมิคสัญญี ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน<br />
เขตคานประเทศธานี จะเกิดการกลีทุกแห่งหน<br />
จะอ้างว้างอกใจทั้งไพร่พล จะสาละวนถ้วนทั่วทั้งหญิงชาย<br />
จะร้อนอกสมณาประชาราษฎร์ จะเกิดเข็ญเป็นอุบาทว์นั้นมากหลาย<br />
จะรบราฆ่าฟันกันมากมาย ฝูงคนจะล้มตายลงเป็นเบือ<br />
ทางน้ำจะแห้งเป็นทางบก เวียงวังจะรกเป็นป่าเสือ<br />
สิงสาราสัตว์เนื้อเบื้อจะมิหลงหลอเหลือในแผ่นดิน<br />
ทั้งผู้คนสารพัดสัตว์ทั้งหลาย จะสาปสูญล้มตายเสียหมดสิ้น<br />
ด้วนพระกาฬจะมาผลาญแผ่นดิน จะสูญสิ้นการณรงค์สงครามกัน<br />
กรุงศรีอยุธยาเคยเกษมสุข แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์<br />
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์ นับวันจะเสื่อมสูญเอยฯ</p>
<p>จากเรื่องอาเพศ 16 ประการดังกล่าวข้างต้น เป็นเรื่องของการพิจารณาความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวร้าย เมื่อปล่อยให้ความเลวร้ายรุนแรงไปมากกว่านี้ ผลสุดท้ายกรุงศรีอยุธยาหรือสังคมหนึ่งสังคมใดก็ได้ หรือประเทศหนึ่งประเทศใดก็ได้ ที่เคยเกษมสุข แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์ จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์ นับวันจะเสื่อมสูญเอย<br />
อ่านดูแล้วน่าใจหาย เข้าใจได้โดยไม่ต้องอธิบาย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาเพศ 16 ประการจะเป็นเครื่องเตือนสติของคนไทยทั้งชาติที่กำลังแตกแยกกันอย่างรุนแรงในขณะนี้ จงกลับมามีความสมัครสมานสามัคคี กลมเกลียว ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันเช่นในอดีต โดยเฉพาะคนที่ทำให้สังคมเสื่อมทรามแตกแยก ที่จะทำให้กรุงศรีอยุธยาที่เคยเกษมสุขกลับต้องมาร้อนเป็นไฟ เป็นเมืองแพศยาอาธรรม์ นับวันจะเสื่อมสูญเอยฯ ด้วยเงื้อมมือของตนจงสำนึกและจงกลับตัวกลับใจเสียก่อนที่จะสายเกินไป เพราะเป็นครุกรรมฝ่ายอกุศลกรรมที่เป็นอนันตริยกรรมโดยแท้<br />
ในทางโหราศาสตร์ คัมภีร์จักรทีปนีจรคงใช้ได้เฉพาะกับดาวเคราะห์ที่โคจรอย่างปกติ ไม่พักร (ถอยหลัง) มณฑ์ (หยุดอยู่กับที่) และเสริด (โคจรไปเร็วอย่างรีบเร่ง) เพราะกฎเกณฑ์การพิจารณาถึงการโคจรวิปริตของดวงดาวได้มีอยู่ตามคัมภีร์ “พระอภิธรรมอรรถสาลินี”ซึ่งนิพนธ์โดยพระพุทธโฆษาจารย์ โดยเฉพาะอีกคัมภีร์หนึ่งต่างหาก ดังนี้</p>
<p>จักกล่าวพระเคราะห์จรตามราศี<br />
อันอาจารย์แจ้งจัดอรรถสาลินี พระอภิธรรมโดยมีฎีกามา<br />
พระอาจารย์จารึกบันทึกไว้ คัมภีร์ไสยตามพระพุทธโฆษา<br />
พระเคราะห์ มนท์ เสริด พักร์นานา ทำนายว่าต่างต่างจะเกิดเป็น<br />
*อังคารพักร์มีศึกต่างเมืองมา อังคารเสริดนั้นว่าจะเกิดยุคเข็ญ<br />
*อังคารมนท์จะวิกลบังเกิด เป็นมหาชนเกิดเข็ญออกฝีตาย<br />
จะเจ็บท้องลงแดงตายเสียมาก ความทุกข์ยากในมนุษย์สิ้นทั้งหลาย<br />
พระเสาร์และพระอังคารท่านภิปราย พักร์ในราศีร้ายจำเพาะมี<br />
คือ พฤษก,สิงห์,มีน,ธนู,พักร์ ว่าร้ายนักทำนายไว้สี่ราศี<br />
จะเกิดความเสียหายวายชีวี พระธรณีดูดกินซึ่งเลือดคน<br />
พระอังคารผิวพักร์ราศีเมษ มหากษัตริย์เป็นเหตุแสดงผล<br />
ในเดือนเก้าเจ็ดค่ำแรมพึงยล จะม้วยชนม์ชีพสิ้นสังขารา<br />
พระพุธพักร์ในกุมภราศี พระบุรีร้อนทั่วทุกทิศา<br />
ราชบุตรจะต่อยุทธกษัตรา ในเดือนแปดทุติยาเป็นมั่นคง<br />
พระพุธมนท์ว่าน้ำฝนนั้นจะน้อย ข้าวกล้าตายฝอยดินแห้งผง<br />
พระศุกร์ข้าวแพงทำนายตรง บูรพาษาฒมั่นคงทำนายมา<br />
อังคารพักร์ในเมษราศีธนู สิงห์ สามนี้ร้ายหนักหนา<br />
เป็นนิมิตแก่แผ่นพสุธา จะแยกเป็นสองว่าอัศจรรย์<br />
อีกจะเกิดลมพายุวิปริต จะเกิดไข้ทรพิษเป็นมหันต์<br />
มหาชนจะพินาศลงดาษครัน อังคารนั้นมนท์อยู่เกิดไข้ตาย<br />
พฤหัสบดิ์มนท์แพ้สมณพราหมณา พระศุกร์มนท์ทายว่าฝนแห้งหาย<br />
ข้าวจะแพงฝนจะแล้งข้าวกล้าตาย พระเสาร์มนท์ทายว่าศึกมี<br />
เกิดอันตรายวัวควายจะตายห่า จะร้อนราษฎร์ประชาทั่วกรุงศรี<br />
ดูทำนายทายตามพระบาลี ที่ทายนี้เป็นฉบับโบราณเอย</p>
<p>คำพยากรณ์นี้เป็นเพียงการคาดการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่จะเป็นเครื่องเตือนภัยได้เป็นอย่างดี เมื่ออนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง การที่มนุษย์รู้ล่วงหน้าจึงน่าจะสามารถเปลี่ยนแปลง บรรเทา ป้องกันและแก้ไขอนาคตได้บ้างไม่มากก็น้อย หากเราทำเงื่อนไขปัจจัยในปัจจุบันให้เปลี่ยนแปลงไปในแนวทางที่ดี อนาคตก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้บ้างเช่นกัน<br />
การรู้อนาคตจึงมีประโยชน์ทำให้สามารถเตรียมพร้อมทั้งกายใจในการรับมือกับอนาคต จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของอนาคต คือ รับมือได้ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี สิ่งที่ไม่ดีจะได้เตรียมพร้อมในการป้องกันแก้ไขและลดโอกาสความล้มเหลวอันไม่พึงประสงค์ สิ่งที่ดีจะได้ช่วยเพิ่มโอกาสให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ เมื่อสำเร็จแล้วจะได้ใช้ความสุขุมรอบคอบในการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างชาญฉลาด</p>
<p>เมื่อดวงชะตาไม่ดี มีเคราะห์ร้าย ท่านจะทำอย่างไร ผู้เขียนได้ทำการศึกษาเรื่องอานุภาพของการสวดพระปริตร อันเป็นเครื่องป้องกันต้านทานภยันตราย ทำให้แคล้วคลาดจากอันตรายต่างๆ และยังบังเกิดลาภผลและปราศจากทุกข์โศกโรคภัยอันตรายใดๆ ชีวิตจะประสบแต่ความสุขความเจริญตลอดไป จึงขอนำเสนอตำนานย่อและอานุภาพของการสวดพระปริตรตามลำดับ ดังต่อไปนี้<br />
พระอาทิตย์ (1) ให้สวดบทโมรปริตร มีอานิสงส์ใช้สวดป้องกันภัยให้แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ เป็นพระปริตรบทที่พระยานกยูงทองใช้ภาวนา และสมเด็จพระบรมศาสดาตรัสพระธรรมเทศนาโปรดพระภิกษุกระสันต์รูปหนึ่งให้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล วัฏฏกปริตร เป็นพระปริตรของนกคุ่ม ทำปริตรป้องกันไฟป่าวัฏฏกะปริตรที่มีอานิสงส์ในการป้องกันอัคคีภัย ของร้อน แก๊สระเบิด<br />
พระจันทร์ (2) ให้สวดบทอภัยปริตร คือ ปริตรไม่มีภัย เป็นพระปริตรแห่งการให้อภัยและอโหสิกรรมในเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในชีวิต ความแตกแยกในสังคม<br />
พระอังคาร (3) ให้สวดบทกรณียเมตตสูตร เป็นการแผ่เมตตาจิตไปในมวลสรรพสัตว์ ตลอดจนเทพเทวา ภูตผี ปีศาจทั้งหลายไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขต ไร้พรหมแดนขีดกั้น ไม่ว่าสัตว์นั้นหรือเขาผู้นั้นจะเป็นเชื้อชาติศาสนาอะไร จะเกี่ยวข้องกับเราโดยความเป็นญาติ เป็นประเทศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือไม่ก็ตาม ให้มีจิตกว้างขวางไร้ขอบเขตขีดกั้น ขอให้เขาได้มีความสุข<br />
พระพุธ (4) ให้สวดบทขันธปริตร พระปริตร (ป้องกัน) พญางู เป็นการเจริญเมตตาไปในตระกูลพญางูทั้งสี่ตระกูลที่มีพิษร้ายทั้งหลายและเจริญเมตตาแก่สรรพสัตว์ เพื่อเป็นการคุ้มครองป้องกันตนเองจากอสรพิษและสัตว์ร้ายทั้งหลาย แล้วยังสามารถป้องกันอันตรายจากยาพิษทั้งหลายได้ด้วย พระปริตร (ป้องกัน) พญางู ฉัททันตปริตร ขอถึงซึ่งธงชัยของพระอรหันต์ ขอเหล่าพาลมฤคในไพร อันตรายใดๆ อย่าได้กล้ำกราย</p>
<p>พระเสาร์ (7) ให้สวดบทองคุลิมาลปริตร คือ ปริตรของพระองคุลิมาล เมื่อพระองคุลิมาลทำสัจจาธิษฐานโปรดหญิงมีครรภ์ให้คลอดง่าย ตั้งแต่นั้นมาพวกมนุษย์ทั้งหลายก็มิได้คิดหวาดกลัวท่านองคุลิมาลอีก ทั้งท่านก็ได้อาหารบิณฑบาตพอฉัน ไม่ต้องลำบากเรื่องอาหารบิณฑบาตอีกต่อไป พระผู้เป็นเจ้าเจริญสมณธรรมได้รับความกำเริบร้อนใจยิ่งนัก ได้เห็นไปว่าอสุรกายที่ฆ่าไว้มาทวงเอาชีวิตเนืองๆ ภายหลังได้รับพุทโธวาทว่าให้กำจัดบาปธรรมให้ปราศจากสันดาน เหมือนดังบุรุษเอาสาหร่ายและจอกแหนออกจากบ่อน้ำ พระผู้เป็นเจ้าก็ปฏิบัติตามพุทธฎีกา ในไม่ช้าก็ได้บรรลุแก่อรหัตตผล เป็นอริยบุคคลวิเศษในพระพุทธศาสนา และพระปริตรนี้จะดำรงความศักดิ์สิทธิ์ให้ความคุ้มครองอยู่ไปตลอดกัลป์<br />
โพชฌังคปริตร เป็นพระปริตรแห่งองค์คุณเพื่อการตรัสรู้ โดยน้อมเป็นสัจกิริยาเพื่อให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เกิดเป็นความสวัสดี<br />
พระพฤหัสบดี (5) ให้สวดบทรัตนสูตร เป็นพระสูตรว่าด้วยการน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยให้เกิดเป็นอานุภาพ สามารถขจัดภัยพิบัติทั้งมวล เป็นพระสูตรที่พระอานนทเถระเรียนจากพระพุทธองค์โดยตรง เพื่อใช้สวดขจัดปัดเป่าภัยพิบัติที่เกิดกับชาวกรุงเวสาลี พระพุทธองค์ทรงแนะนำให้พระเถระอ้างคุณของพระรัตนะ คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ทำสัจกิริยาให้เกิดเป็นอานุภาพ ขจัดปัดเป่าภัยพิบัติทั้งหลาย<br />
พระราหู (8) ให้สวดบทอาฏานาฏิยปริตร เป็นปริตรที่ท้าวจาตุมหาราชผูกขึ้นที่อาฏานาฏิยนคร เพื่อใช้เป็นเครื่องป้องกันเหล่าอมนุษย์บางพวกที่ไม่หวังดีต่อพระสงฆ์ สาวกของพระพุทธองค์ที่ไปบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพร เมื่อไม่มีอะไรป้องกันเหล่าอมนุษย์ที่ไม่เลื่อมใสก็จะรบกวนเบียดเบียน ทำให้เกิดความลำบาก ท้าวจาตุมหาราชจึงได้แสดงเครื่องป้องกันรักษาที่ชื่ออาฏานาฏิยรักษ์ มีอานุภาพ 2 ประการ คือ มีอานุภาพในการทำให้อมนุษย์ที่ไม่เลื่อมใสให้เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และมีอานุภาพในการคุ้มครอง ป้องกันไม่ให้อมนุษย์ที่ไม่เลื่อมใสจับต้อง สิงสู่ เบียดเบียน ประทุษร้าย ทำให้รับความลำบาก เดือดร้อน</p>
<p>พระศุกร์ (6) ให้สวดบทธชัคคปริตร (พระปริตรยอดธง) อานุภาพพระปริตรเพื่อให้หายหวาดกลัว หายความครั่นคร้าม หายความขนพองสยองเกล้า ป้องกันอันตรายกลางอากาศ การตกจากที่สูงก็ยังสามารถได้ที่พึ่งพำนักโดยปลอดภัย อุบัติเหตุทางเครื่องบิน หรืออื่นๆ ทำนองนี้ ธชัคคปริตรก็อาจคุ้มครองได้<br />
พระเกตุ (9) ให้สวดบทชยปริตร มหาการุณิโก นาโถ ฯลฯ ชยมังคลัง ชยัยโต ฯลฯ ปโมทตินี้ดีนัก มีฝอยท่วมหลังคชา นรชนใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดก็ดี ระลึกก็ดี ซึ่งพระพุทธชัยมงคล 8 คาถา แม้เหล่านี้ทุกๆ วัน นรชนนั้นจะพึงละเสียได้ ซึ่งอุปัทวันตรายทั้งหลาย มีประการต่างๆ เป็นอเนก ถึงซึ่งวิโมกขสิวาลัยอันเป็นบรมสุขแล<br />
เรื่องอานุภาพของพระปริตรแต่ละบทนั้นอาจพรรณนาไปไม่มีสิ้นสุด การสวดพระปริตรดังกล่าวข้างต้น หากระลึกให้ดีจะทำให้เรามีสมาธิ ไม่ประมาท มีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอ จิตใจตั้งมั่นที่จะบำเพ็ญเพียรพยายามประพฤติปฏิบัติประกอบกิจในสิ่งที่ดีงามตามห้วงเวลาที่เหมาะสม ยังบังเกิดลาภผลและปราศจากทุกข์โศกโรคภัยอันตรายใดๆ ชีวิตจะประสบแต่ความสุขความเจริญตลอดไป.</p>
</div>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://uranian.net/?feed=rss2&#038;p=148</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อัตราโคจรของดาวพระเคราะห์</title>
		<link>http://uranian.net/?p=119</link>
		<comments>http://uranian.net/?p=119#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Jun 2011 08:34:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความโหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[uranian]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเรเนียน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราโคจร]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://uranian.net/?p=119</guid>
		<description><![CDATA[<p>อัตราการโคจรของดาวพระเคราะห์</p> <p>ดาวระเคราะห์นั้นมิได้สถิตย์นิ่งอยู่กับที่  มีการเคลื่อนตัวหรือโคจรไปรอบดวงอาทิตย์ที่เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ จักรวาล  ดาวเคราะห์เหล่านี้ล้วนโคจรไปด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน  สุดแท้แต่ความใกล้ไกลจากจุดศูนย์กลาง แต่เนื่องจากในทางโหราศาสตร์นั้น  สนใจและพิจารณาผลของดาวพระเคราะห์ต่างๆ  ที่มีต่อโลกเท่านั้น  ดังนั้นจึงพิจารณาตำแหน่งของปัจจัยต่างๆ  ที่สัมพันธ์กับโลกใบนี้  โดยกำหนดเอาโลกเป็นจุดศูนย์กลาง (Geocentric   System)  และเมื่อมองออกไปจากโลกแล้ว  จึงมองเห็นดาวพระเคราะห์ต่างๆ  โคจรรอบโลก ต่อไปนี้เป็นอัตราการโคจรเฉลี่ยของดาวพระเคราะห์ที่มองไปจากโลก</p> <p>ลัคนา     1 องศา ต่อ 4 นาที หรือ 2 ชั่งโมง ต่อ  1  ราศี จันทร์     13 องศา  59  ลิปดา   ต่อวัน หรือ 2 วันครึ่ง ต่อ 1 ราศี อาทิตย์     59  ลิบดา  8 ฟิลิบดา ต่อวัน  หรือ  1  เดือน  ต่อ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อัตราการโคจรของดาวพระเคราะห์</strong></p>
<p>ดาวระเคราะห์นั้นมิได้สถิตย์นิ่งอยู่กับที่   มีการเคลื่อนตัวหรือโคจรไปรอบดวงอาทิตย์ที่เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ จักรวาล  ดาวเคราะห์เหล่านี้ล้วนโคจรไปด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน   สุดแท้แต่ความใกล้ไกลจากจุดศูนย์กลาง<br />
แต่เนื่องจากในทางโหราศาสตร์นั้น  สนใจและพิจารณาผลของดาวพระเคราะห์ต่างๆ   ที่มีต่อโลกเท่านั้น  ดังนั้นจึงพิจารณาตำแหน่งของปัจจัยต่างๆ   ที่สัมพันธ์กับโลกใบนี้  โดยกำหนดเอาโลกเป็นจุดศูนย์กลาง (Geocentric    System)  และเมื่อมองออกไปจากโลกแล้ว  จึงมองเห็นดาวพระเคราะห์ต่างๆ   โคจรรอบโลก ต่อไปนี้เป็นอัตราการโคจรเฉลี่ยของดาวพระเคราะห์ที่มองไปจากโลก</p>
<blockquote><p>ลัคนา     1 องศา ต่อ 4 นาที หรือ 2 ชั่งโมง ต่อ  1  ราศี<br />
จันทร์     13 องศา  59  ลิปดา   ต่อวัน หรือ 2 วันครึ่ง ต่อ 1 ราศี<br />
อาทิตย์     59  ลิบดา  8 ฟิลิบดา ต่อวัน  หรือ  1  เดือน  ต่อ  1 ราศี<br />
พุธ     1 องศา  19  ลิปดา ต่อวัน  หรือ  1  เดือน  ต่อ  1  ราศี<br />
ศุกร์     1 องศา  15  ลิปดา ต่อวัน หรือ 1 เดือน ต่อ 1 ราศี<br />
อังคาร     38  ลิบดา ต่อวัน หรือ 1 เดือนครึ่ง ต่อ 1 ราศี<br />
พฤหัสบดี     4  ลิบดา  59  ฟิลิบดา ต่อวัน หรือ 1 ปี ต่อ 1 ราศี<br />
ราหู     3  ลิบดา 11 ฟิลิบดา ต่อวัน หรือ 1 ปีครึ่ง ต่อ 1 ราศี<br />
เสาร์     3  ลิบดา 49 ฟิลิบดา ต่อวัน หรือ 2 ปีครึ่ง ต่อ 1 ราศี<br />
มฤตยู     3  ลิปดา ต่อวัน หรือ 7 ปี ต่อ 1 ราศี<br />
เนปจูน     1  ลิปดา 40 ฟิลิบดา ต่อวัน หรือ 15 ปี ต่อ 1 ราศี<br />
พลูโต     1  ลิปดา 6 ฟิลิบดา ต่อวันหรือ 21 ปีครึ่ง ต่อ 1 ราศี</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://uranian.net/?feed=rss2&#038;p=119</wfw:commentRss>
		<slash:comments>227</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มุมสัมพันธ์ (Aspect)</title>
		<link>http://uranian.net/?p=110</link>
		<comments>http://uranian.net/?p=110#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Jun 2011 07:08:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความโหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[astrology]]></category>
		<category><![CDATA[uranian]]></category>
		<category><![CDATA[พระเคราะห์สนธิ]]></category>
		<category><![CDATA[มุมสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเรเนียน]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยยาตร์]]></category>
		<category><![CDATA[โค้งสุริยาตร]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์ ยูเรเนียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://uranian.net/?p=110</guid>
		<description><![CDATA[<p>มุมสัมพันธ์ (Aspect)</p> <p>มุมสัมพันธ์ หมายถึง  ค่าระยะเชิงมุมที่มีแสดงอิทธิพลต่อกันตามกฎเกณท์ทางโหราศาสตร์</p> <p>โหราศาสตร์ยูเรเนียนใช้มุมสัมพันธ์  ๒ แบบ คือ</p> <p>๑. มุมจำนวนเท่าของ ๙๐ องศา</p> <p>๒. มุมเป็นจำนวนเท่าของ ๑๒๐ องศา</p> <p>&#160;</p> ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มุมสัมพันธ์ (Aspect)</p>
<p>มุมสัมพันธ์ หมายถึง  ค่าระยะเชิงมุมที่มีแสดงอิทธิพลต่อกันตามกฎเกณท์ทาง<a href="http://uranian.net">โหราศาสตร์</a></p>
<p><a title="ยูเรเนียน" href="http://uranian.net">โหราศาสตร์</a><a title="ยูเรเนียน" href="http://uranian.net">ยูเรเนียน</a>ใช้มุมสัมพันธ์  ๒ แบบ คือ</p>
<p>๑. มุมจำนวนเท่าของ ๙๐ องศา</p>
<p>๒. มุมเป็นจำนวนเท่าของ ๑๒๐ องศา</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://uranian.net/?feed=rss2&#038;p=110</wfw:commentRss>
		<slash:comments>462</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จุดเจ้าชะตา (personality point)</title>
		<link>http://uranian.net/?p=97</link>
		<comments>http://uranian.net/?p=97#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Jun 2011 00:09:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความโหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[จุดเจ้าชะตา]]></category>
		<category><![CDATA[ทางอ้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แสดงผลเป็นเจ้าชะตา]]></category>
		<category><![CDATA[โดยตรง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://uranian.net/?p=97</guid>
		<description><![CDATA[<p>โหราศาสตร์ยูเรเนียนได้กำหนดแบ่งปัจจัยโหราศาสตร์ต่างๆออกเป็นปัจจัยที่แสดงถึงสิ่งที่เป็นตัวแทนหรือความหมายของตัวเจ้าชะตาดังนี้</p> <p>๑.จุดเมษ</p> <p>๒.ลัคนา</p> <p>๓.ราหู</p> <p>๔.เมอริเดียน</p> <p>๕.อาทิตย์</p> <p>๖.จันทร์</p> <p>โดยแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะคือ  จุดเจ้าชะตาภายนอก และจุดเจ้าชะตาภายในตามลักษณาการ ดังนี้</p> <p>&#160;</p> <p>จุดเจ้าชะตาภายใน ได้แก่</p> <p>อาทิตย์ กายสังขาร</p> <p>จันทร์ จิตใจ</p> <p>เมอริเดียน สัญชาตญาน ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าชะตา</p> <p>จุดเจ้าชะตาภายใน เป็นจุดที่มีผลกระทบต่อเจ้าชะตาตรงๆ  เช่นการรู้สึกหนาว  ร้อน เจ็บป่วย  สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อกายสังขาร  ซึ่งก็คือปัจจัยอาทิตย์นั่นเอง  หรือการมีอารมณ์ ขุ่นมัว อารมณ์ดีมีความสุข ก็จะเป็นเรื่องของ จันทร์  จุดเจ้าชะตาแบบนี้จึงเป็นจุดเจ้าชะตาโดยตรง</p> <p>จุดเจ้าชะตาภายนอก</p> <p>จุดเจ้าชะตาในลักษณะนี้เป็นจุดเจ้าชะตาอีกลักษณะหนึ่ง  ที่เกิดจากความเกี่ยวเนื่องจากลักษณาการภายนอกสู่ภายใน ได้แก่สิ่งแวดล้อมต่างๆ  และมีผลกระทบสู่เจ้าชะตา คือ</p> <p>เมษ สิ่งแวดล้อมข องโลก  หรือสิ่งแวดล้อมทั่วไป</p> <p>ลัคนา สิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิด</p> <p>ราหู ความสัมพันธ์  การติดต่อ  ความคุ้นเคยต่างๆ</p> <p>จุดเจ้าชะตาแบบนี้จะเป็นจุดเจ้าชะตาที่เกิดจากเรื่องราวภายนอก  เป็นจุดเจ้าชะตาในลักษณะโดยอ้อม  เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โหราศาสตร์<a href="http://uranian.net">ยูเรเนียน</a>ได้กำหนดแบ่งปัจจัยโหราศาสตร์ต่างๆออกเป็นปัจจัยที่แสดงถึงสิ่งที่เป็นตัวแทนหรือความหมายของตัวเจ้าชะตาดังนี้</p>
<blockquote><p><span style="color: #000080;"><strong>๑.จุดเมษ</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>๒.ลัคนา</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>๓.ราหู</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>๔.เมอริเดียน</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>๕.อาทิตย์</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>๖.จันทร์</strong></span></p></blockquote>
<p>โดยแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะคือ  จุดเจ้าชะตาภายนอก และจุดเจ้าชะตาภายในตามลักษณาการ ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>จุดเจ้าชะตาภายใน </strong></span> ได้แก่</p>
<blockquote><p><span style="color: #0000ff;"><strong>อาทิตย์ </strong></span> กายสังขาร</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>จันทร์</strong></span> จิตใจ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">เมอริเดียน</span></strong> สัญชาตญาน ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าชะตา</p></blockquote>
<p>จุดเจ้าชะตาภายใน เป็นจุดที่มีผลกระทบต่อเจ้าชะตาตรงๆ  เช่นการรู้สึกหนาว  ร้อน เจ็บป่วย  สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อกายสังขาร  ซึ่งก็คือปัจจัยอาทิตย์นั่นเอง  หรือการมีอารมณ์ ขุ่นมัว อารมณ์ดีมีความสุข ก็จะเป็นเรื่องของ จันทร์  จุดเจ้าชะตาแบบนี้จึงเป็นจุดเจ้าชะตาโดยตรง</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>จุดเจ้าชะตาภายนอก</strong></span></p>
<p>จุดเจ้าชะตาในลักษณะนี้เป็นจุดเจ้าชะตาอีกลักษณะหนึ่ง  ที่เกิดจากความเกี่ยวเนื่องจากลักษณาการภายนอกสู่ภายใน ได้แก่สิ่งแวดล้อมต่างๆ  และมีผลกระทบสู่เจ้าชะตา คือ</p>
<blockquote><p><span style="color: #0000ff;"><strong>เมษ</strong></span> สิ่งแวดล้อมข องโลก  หรือสิ่งแวดล้อมทั่วไป</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ลัคนา</span></strong> สิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิด</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ราหู</span></strong> ความสัมพันธ์  การติดต่อ  ความคุ้นเคยต่างๆ</p></blockquote>
<p>จุดเจ้าชะตาแบบนี้จะเป็นจุดเจ้าชะตาที่เกิดจากเรื่องราวภายนอก  เป็นจุดเจ้าชะตาในลักษณะโดยอ้อม  เช่น เศรษฐกิจโลกตกต่ำมำให้การทำมาหากินฝืดเคือง  หรือ การที่เกิดไฟไหม้บ้าน ทำให้เจ้าชะตาต้องเดือดร้อนที่อยู่อาศัย เป็นต้น   หากสังเกตุให้ดีจะพบว่า  การที่ไฟไหม้ก็ดี  หรือเศรษฐกิจตกต่ำนั้น  มันเป็น<span style="color: #0000ff;"><strong>เรื่องราวที่กระทบปัจจัย เมษ หรือ ลัคนา รวมถึงราหู</strong></span> เท่านั้นแต่กลับ<strong><span style="color: #0000ff;">มีผลกระทบโยงมายัง กายสังขาร  อารมณ์ สัญชาติญาณ  อันเป็นตัวตนของเจ้าชะตา</span></strong> คือทำให้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย  หรือฝืดเคืองในเรื่องการทำามาหากินนั่นเอง  ทั้งที่มันเป็นผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยอื่นจากภายนอก แต่แสดงผลกระทบมาสู่จุดเจ้าชะตาโดยตรง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #000080;"><strong>ข้อสรุป</strong></span></span></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">จุดเจ้าชะตาภายใน</span></strong> หรือจุดเจ้าชะตาโดยตรงคือจุดที่แสดงออกหรือแสดงผลถึงตัวเจ้าชะตาและความเป็นตัวตนโดยตรง  หากมีสิ่งใดหรือปัจจัยใดที่กระทบจุดเจ้าชะตาเหล่านี้จะแสดงต่อเจ้าชะตาโดยตรง</p>
<p><strong><span style="color: #000080;">จุดเจ้าชะตาภายนอก</span></strong> หรือจุดเจ้าชะตาโดยอ้อมจะแสดงผลเป็นเจ้าชะตาทางอ้อมในลักษณะที่เจ้าชะตามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง  หรือได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกนั่นเอง</p>
<p><a href="http://uranian.net/">http://uranian.net/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://uranian.net/?feed=rss2&#038;p=97</wfw:commentRss>
		<slash:comments>357</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปความหมายของดาวพระเคราะห์โดยสังเขป</title>
		<link>http://uranian.net/?p=82</link>
		<comments>http://uranian.net/?p=82#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2011 08:34:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความโหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[uranian]]></category>
		<category><![CDATA[พระเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเรเนียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ur.uranian.net/?p=82</guid>
		<description><![CDATA[สรุปความหมายของดาวพระเคราะห์โดยสังเขป <p>๑. ดาวอาทิตย์   (๑) d หมายถึงเกียรติ์  ร่างกาย    อำนาจ   ศักดิ์ศรี   ความเป็นผู้นำ   ยศศักดิ์   บุคคลเพศชาย   ข้าราชการ    ผู้นำ   หัวหน้า   เจ้าของกิจการ   บิดา และสามี (ในดวงชะตาสตรี) สิ่งของที่มีประกาย   เพชรพลอย   หรือวัตถุที่มีแสงมีพลังงานในตัวเอง</p> <p>๒. ดาวจันทร์   (๒) อารมณ์   ความเพ้อฝัน   อารมณ์  จินตนาการ   ความใจอ่อน   ขี้สงสาร   อ่อนโยน   การแสดงออก   บุคคลเพศหญิง    พยาบาล    สถานให้การบริการ   สถานที่เกี่ยวพันกับสตรี   ภรรยา และมารดา   สำหรับในดวงชะตาสตรียังมีความหมายถึงตัวเจ้าชะตาเองอีกด้วย  รวมถึงของเหลวทุกชนิด</p> <p>๓. ดาวอังคาร   (๓) หมายถึงการดิ้นรน  ความุ่งมั่น   การต่อสู้   ความขัดแย้ง   ควมขยัน   ทหาร   เครื่องยนตร์กลไก   การใช้กำลัง   ของแหลมของมีคม   โลหะ</p> <p>๔. ดาวพุธ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>สรุปความหมายของดาวพระเคราะห์โดยสังเขป</h2>
<p>๑. <strong>ดาวอาทิตย์   (๑) d </strong>หมายถึงเกียรติ์  ร่างกาย    อำนาจ   ศักดิ์ศรี   ความเป็นผู้นำ   ยศศักดิ์   บุคคลเพศชาย   ข้าราชการ    ผู้นำ   หัวหน้า   เจ้าของกิจการ   บิดา และสามี (ในดวงชะตาสตรี) สิ่งของที่มีประกาย   เพชรพลอย   หรือวัตถุที่มีแสงมีพลังงานในตัวเอง</p>
<p>๒. <strong>ดาวจันทร์   (๒)</strong> อารมณ์   ความเพ้อฝัน   อารมณ์  จินตนาการ   ความใจอ่อน   ขี้สงสาร   อ่อนโยน   การแสดงออก   บุคคลเพศหญิง    พยาบาล    สถานให้การบริการ   สถานที่เกี่ยวพันกับสตรี   <strong>ภรรยา</strong> และมารดา   สำหรับในดวงชะตาสตรียังมีความหมายถึงตัวเจ้าชะตาเองอีกด้วย  รวมถึงของเหลวทุกชนิด</p>
<p>๓.<strong> ดาวอังคาร   (๓)</strong> หมายถึงการดิ้นรน  ความุ่งมั่น   การต่อสู้   ความขัดแย้ง   ควมขยัน   ทหาร   เครื่องยนตร์กลไก   การใช้กำลัง   ของแหลมของมีคม   โลหะ</p>
<p>๔.<strong> ดาวพุธ  (๔)</strong> หมายถึงความคิด  การวางแผน   การติดต่อ   ข่าวสาร   การประชาสัมพันธ์   เอกสาร   การใช้สมอง  นายหน้า  การศึกษาหาความรู้  การคบหาสมาคม</p>
<p>๕. <strong>ดาวพฤหัสบดี  (๕)</strong> หมายถึงโชคลาภ   ความสำเร็จ   ความดีงาม  ความช่วยเหลือ  ความรู้ (ปัญญา ) นักบวช    ศีลธรรม   การเรียนรู้   ผู้พิพากษา  ผู้หลักผู้ใหญ่  ความยุติธรรม</p>
<p>๖.  <strong>ดาวศุกร์  (๖)</strong> หมายถึงความรัก  ความสอดคล้องต้องกัน ความพึงพอใจ  ความเป็นศิลป     กามารมณ์   ศิลปิน    ทรัพย์สิน   ของสวยงาม   ของหอม   เครื่องอำนวยความสะดวก   บุคคลที่เกี่ยวกับศิลป และงานบันเทิงทุกรูปแบบ</p>
<p>๗. <strong> ดาวเสาร์  (๗) </strong>หมายถึงความทุกข์   ความเครียด   ความผิดหวัง   การพลัดพราก   เป็นทุกข์   คนแก่   ของเก่า   ที่ดิน   วัตถุโบราณ   ความเอาจริงเอาจัง   ความยืดเยื้อยาวนาน   สิ่งของที่มีลักษณะยาวๆ  เช่น ถนน</p>
<p>๘.   <strong>ดาวราหู  (๘)</strong> หมายถึงเล่ห์เหลียม   ไหวพริบ   ความมัวเมาลุ่มหลง   อบายมุข    นักเลงการพนัน    การหลอกลวง  การพลิกแพลง   ของผิดกฏหมาย   แหล่งมั่วสุม   สถานอบายมุข   สถานบันเทิงเริงรมย์ เช่นไนท์คลับ  บารเบียร์</p>
<p>๙. <strong> ดาวเกตุ  (๙) </strong>หมายถึงสิ่งศักดิ์ศิทธิ์   คลื่นแสงสว่าง    ความวุ่นวาย   ซิกแซก   คลื่นวิญญาณ   ของที่มียอดแหลมเช่น   เจดีย์ เป็นต้น   สถานที่ๆมีคนสัญจรพลุกพล่าน   สิ่งของแปลกๆพิศดาร</p>
<p>๑๐. <strong> ดาวมฤตยู  (๐)</strong> หมายถึงความวิบัติ   กระทันหัน   ความสับสน   ของสมัยใหม่   ของแปลกๆ   อุปกรณ์ไฟฟ้า   ความลึกลับ    เหตุการณ์ไม่คาดฝัน (ทั้งในทางดีและทางร้าย)  การเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่ไม่เป็นไปตามปกติวิสัยที่ควรเป็นโดยสิ้นเชิง   การหดเกร็ง</p>
<p><strong>โดยได้แต่งเป็นคำกลอนเพื่อให้จำง่ายๆ  ดังนี้</strong></p>
<blockquote><p><strong> ดูยศศักดิ์อัครฐานทาย            อาทิตย์</strong></p>
<p><strong> ดูรูปจริตให้ทาย                   จันทร์</strong></p>
<p><strong> ดูกล้าแข็งขันทาย                 อังคาร</strong></p>
<p><strong> ดูเจรจาอ่อนหวานให้ทาย        พุธ</strong></p>
<p><strong> ดูปัญญาบริสุทธิ์ทาย             พฤหัส</strong></p>
<p><strong> ดูกิเลศกำหนัดให้ทาย            ศุกร์</strong></p>
<p><strong> ดูโทษทุกข์ให้ทาย                 เสาร์</strong></p>
<p><strong> ดูลุ่มหลงมัวเมาทาย              ราหู</strong></p>
<p><strong> ดูอายุยืนอยู่ยั่งให้ทาย            เกตุ</strong></p>
<p><strong> ดูทุกข์ภัยอาเภททาย              มฤตยู</strong></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p>อันความหมายของดาวเคราะห์ทั้งหลายที่กล่าวมานี้เป็นเพียงความหมายเพียง ส่วนเล็กน้อยของดาวเคราะห์เท่านั้น  อันที่จริงทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนอยู่ในความหมายของดาวเคราะห์เหล่านี้ ทั้งสิ้น หากเราพิจารณาให้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของความหมาย              อันความหมายของดาวเคราะห์ต่างๆเหล่านี้จะถูกขยายเพิ่มเติมอีกเมื่อไปทำมุม สัมพันธ์กับดาวดวงอื่น  เช่น    กุม  เล็ง   หรือ  โยค  เป็นต้น  ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะไปสัมพันธ์กับดาวดวงไหนในภพหรือเรือนชะตาใด ?   ดีหรือร้ายอย่างไร? เป็นคู่มิตร  คู่ธาตุ สัมพันธ์กันดีหรือร้ายอย่างไร?เป็นต้น</p>
<p>อนึ่งในการให้ความหมายของดาวพระเคราะห์ในที่นี้ยังคงยึดความหมายในแบบโหราศาสตร์ดั้งเดิมไว้ด้วย เนื่องจากเป็นพื้นฐานที่มีมาจากโบราณอดีต  อันเป็นการปูพื้นฐานของโหราศาสตร์เบื้องต้น</p>
<p>นอกจากนี้  ในปัจจุบันได้มีการค้นพบดาวพระเคราะห์เพิ่มเติม   วงการโหราศาสตร์ในสมัยปัจจุบันนี้ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการพยากรณ์กันมาก ขึ้น    ได้แก่  ดาวเนปจูน และ  ดาวพลูโต  โดยมีความหมายหลักๆดังนี้</p>
<p><strong>เนปจูน </strong>ให้ความหมายถึงความคลุมเครือ   การหลอกลวง   หมอกไอ  แก๊ส  ของเหลว   ความผิดหวังล้มเหลว   การสลายตัว  ยาเสพติด  ยาพิษ   มหาสมุทร</p>
<p><strong>พลูโต </strong>ให้ความหมายหลักถึงการเปลี่ยนแปลง   การพัฒนาการ   การปฎิวัติ   การปฏิรูปเปลี่ยนแปลง   การเปลี่ยนรูปแบบ</p>
<p>อันความหมายของดาวเนปจูนและดาวพลูโตนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่บรรดา นักโหราศาสตร์อยู่ ทั้งนี้โดยให้เหตุผลว่า  ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงนี้เพิ่งจะค้นพบไม่นาน  ยังมีสถิติในทางการพยากรณ์ยังน้อยอยู่  บ้างก็อ้างว่าผลการพยากรณ์ยังไม่ชัดเจน ประกอบกับดาวเคราะห์ที่มีอยู่แต่เดิมยังให้ผลในการพยากรณ์แม่นยำอยู่ และเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำดาวเคราะห์ทั้งสองดวงที่กล่าวมานี้ มาใช้ในการพยากรณ์ดวงชะตา  จึงยังไม่ยอมรับและนำมาใช้ประโยชน์ในการพยากรณ์ดวงชะตา  ซึ่งทั้งนี้ย่อมแล้วแต่ทรรศนะของนักโหราศาสตร์แต่ละท่าน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://uranian.net/?feed=rss2&#038;p=82</wfw:commentRss>
		<slash:comments>656</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตอบปัญหาโหราศาสตร์ยูเรเนียน</title>
		<link>http://uranian.net/?p=26</link>
		<comments>http://uranian.net/?p=26#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Jun 2011 08:41:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ur.uranian.net/?p=26</guid>
		<description><![CDATA[เพื่อความเหมาะสมและความสะดวกในการตอบปัญหาโหราศาสตร์ &#8230; ขอย้ายไปยังเวบบอร์ด นะครับ &#8230; คลิ๊กที่นี่ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;">เพื่อความเหมาะสมและความสะดวกในการตอบปัญหาโหราศาสตร์ &#8230;</h3>
<h2 style="text-align: center;">ขอย้ายไปยังเวบบอร์ด นะครับ &#8230; <a title="ห้องสนทนา-โหราศาสตร์ ยูเรเนียน" href="http://uranian.net/?forum=%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94">คลิ๊กที่นี่</a></h2>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://uranian.net/?feed=rss2&#038;p=26</wfw:commentRss>
		<slash:comments>445</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หาเวลาเวลาดาราศาสตร์ (Sidereal Time) ด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ</title>
		<link>http://uranian.net/?p=24</link>
		<comments>http://uranian.net/?p=24#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Jun 2011 08:12:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความโหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[uranian]]></category>
		<category><![CDATA[จานคำณวน]]></category>
		<category><![CDATA[พระเคราะห์สนธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเรเนียน]]></category>
		<category><![CDATA[เวลานักษัตร]]></category>
		<category><![CDATA[แผนภาพดาว]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ur.uranian.net/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[<p>บทความชุดนี้จะแสดงวิธีการคำณวนหาเวลานักษัตรด้วยตัวเองอย่างง่ายๆโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือใดๆทั้งสิ้น  ครับไม่ต้องใช้จริงๆ  นอกจากสมองและความรู้ที่ท่านจะได้สัมผัสและเรียนรู้จากบทความต่อจากนี้  บวกกับเวลาเล็กๆน้อยๆครับ &#8230;.</p> <p>การหาเวลาเวลาดาราศาสตร์ (Sidereal Time) ด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ</p> <p>เวลานักษัตรเป็นเรื่องที่สร้างความวุ่นวายแก่นักโหราศาสตร์ได้พอสมควร โดยเฉพาะนักโหราศาสตร์มือใหม่หัดขับหรือแม้กระทั่งผู้ที่ชำณาญแล้วก็ตาม เพราะท่านจะต้องมีตารางเวลานักษัตรสำเร็จบอกเวลานักษัตรเป็นรายวันทุกวัน ซึ่งตารางเวลานักษัตรนั้นท่านสามารถหาได้จากปฏิทินโหราศาสตร์ที่บอกตำแหน่งดาวมาตรฐาน(ดาราศาสตร์) ทั่วไปเช่น ปฏิทินราฟาเอล หรือปฏิทินลาหิรี เป็นต้น</p> <p>ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือในบางกรณีเราไม่สามารถที่จะหาปฏิทินหรือไม่สะดวกที่จะพกพาปฏิทินเหล่านี้ไปครั้งละมากๆ จึงทำให้ท่านไม่สามารถหาเวลานักษัตรเพื่อนำไปใช้หาลัคนา และทศมลัคนาต่อไป</p> <p>ในที่นี้จะแนะนำให้รู้จักวิธีการคำณวนเวลานักษัตรด้วยตนเองอย่างง่ายๆ เพื่อนำไปใช้เปิดตารางสำหรับหาลัคนาและทศมลัคนาต่อไป</p> <p>มีวิธีการดังต่อไปนี้ </p> <p> ๑. กำหนดและคำณวนจุดตั้งต้นของเวลานักษัตร </p> <p>ให้ตั้งค่าเริ่มต้นเวลานักษัตร ๐ ชม ๐ นท ๐ วท ที่เวลา ๐๐.๐๐ น. ของวันที่ ๒๑ กันยายน โดยมีอัตราการเพิ่มของเวลานักษัตร ๔ นท ต่อ ๑ วัน</p> <p> ๒.หาจำนวนวันจากจุดเริ่มต้นจนถึงวันเกิดแล้วเปลี่ยนจำนวนวันให้เป็นเวลานักษัตร </p> <p> ๓. หาเวลาที่เกินจากเวลาที่กำหนดจนถึงเวลาเกิด แล้วเปลี่ยนเวลาเกินที่หาได้เป็นเวลานักษัตร </p> <p> ๔. เพิ่มเวลาชดเชยตามเขตเวลา</p> <p> ๕. ชดเชยเวลานักษัตรที่คลาดเคลื่อนตามจำนวนวัน</p> <p> </p> <p>นำเวลาที่ได้จาก ๒, ๓, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บทความชุดนี้จะแสดงวิธีการคำณวนหาเวลานักษัตรด้วยตัวเองอย่างง่ายๆโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือใดๆทั้งสิ้น  ครับไม่ต้องใช้จริงๆ  นอกจากสมองและความรู้ที่ท่านจะได้สัมผัสและเรียนรู้จากบทความต่อจากนี้  บวกกับเวลาเล็กๆน้อยๆครับ &#8230;.</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>การหาเวลาเวลาดาราศาสตร์ </strong><strong>(Sidereal Time) ด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ</strong></span></p>
<p>เวลานักษัตรเป็นเรื่องที่สร้างความวุ่นวายแก่นักโหราศาสตร์ได้พอสมควร โดยเฉพาะนักโหราศาสตร์มือใหม่หัดขับหรือแม้กระทั่งผู้ที่ชำณาญแล้วก็ตาม เพราะท่านจะ<strong>ต้องมีตารางเวลานักษัตรสำเร็จบอกเวลานักษัตรเป็นรายวันทุกวัน ซึ่งตารางเวลานักษัตรนั้นท่านสามารถหาได้จากปฏิทินโหราศาสตร์ที่บอกตำแหน่งดาวมาตรฐาน</strong><strong>(ดาราศาสตร์) ทั่วไปเช่น ปฏิทินราฟาเอล หรือปฏิทินลาหิรี เป็นต้น</strong></p>
<p>ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือในบางกรณีเราไม่สามารถที่จะหาปฏิทินหรือไม่สะดวกที่จะพกพาปฏิทินเหล่านี้ไปครั้งละมากๆ จึงทำให้ท่านไม่สามารถหาเวลานักษัตรเพื่อนำไปใช้หาลัคนา และทศมลัคนาต่อไป</p>
<p>ในที่นี้จะแนะนำให้รู้จักวิธีการคำณวนเวลานักษัตรด้วยตนเองอย่างง่ายๆ เพื่อนำไปใช้เปิดตารางสำหรับหาลัคนาและทศมลัคนาต่อไป</p>
<p><strong>มีวิธีการดังต่อไปนี้</strong><strong> </strong></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong> ๑. กำหนดและคำณวนจุดตั้งต้นของเวลานักษัตร</strong></span><strong> </strong></p>
<p>ให้ตั้งค่าเริ่มต้นเวลานักษัตร ๐ ชม ๐ นท ๐ วท ที่เวลา ๐๐.๐๐ น. ของวันที่ ๒๑ กันยายน โดยมีอัตราการเพิ่มของเวลานักษัตร ๔ นท ต่อ ๑ วัน</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong> ๒.หาจำนวนวันจากจุดเริ่มต้นจนถึงวันเกิดแล้วเปลี่ยนจำนวนวันให้เป็นเวลานักษัตร</strong><strong> </strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong> ๓. หาเวลาที่เกินจากเวลาที่กำหนดจนถึงเวลาเกิด แล้วเปลี่ยนเวลาเกินที่หาได้เป็นเวลานักษัตร</strong><strong> </strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong> ๔. เพิ่มเวลาชดเชยตามเขตเวลา</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong> ๕. ชดเชยเวลานักษัตรที่คลาดเคลื่อนตามจำนวนวัน</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong><br />
</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>นำเวลาที่ได้จาก ๒, ๓, ๔ มารวมกัน แล้วลบด้วยเวลาที่หาได้จากข้อ ๕ ก็จะได้เวลานักษัตร ณ.เวลาเกิด</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ตัวอย่าง</strong><strong> </strong></p>
<p>นาย ก เกิดวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พศ ๒๕๐๐ เวลา ๑๙.๐๐ น. อุบลราชธานี</p>
<p><strong> ๑.จุดเริ่มต้นเวลานักษัตร ๒๑ กย</strong><strong> </strong></p>
<p><strong> ๒.หาจำนวนวันที่เกิน</strong></p>
<p>๒๑ กย – ๓๐ กย = ๙ วัน</p>
<p>๑ ตค – ๓๑ ตค = ๓๑ วัน</p>
<p>๑ พย – ๑๕ พย = ๑๕ วัน</p>
<p>รวม = ๕๕ วัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เปลี่ยนจำนวนวันให้เป็นเวลานักษัตร</strong><strong> </strong></p>
<p>เวลานักษัตรเพิ่มขึ้นวันละ ๔ นาที ๕๕ * ๔ = ๒๒๐ นท</p>
<p>เปลียนเป็น ชม ๒๒๐ / ๖๐ = ๓ ชม ๔๐ นท</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>หาเวลาจาก ๐๐.๐๐ น. จนถึงเวลาเกิด</strong><strong> </strong></p>
<p>๐๐.๐๐ – ๑๙.๐๐ น = ๑๙.๐๐ ชม</p>
<p><strong>เปลี่ยนเเวลาเกิดให้เป็นเวลานักษัตร</strong><strong> </strong></p>
<p>ชดเชยเวลานักษัตร ชั่วโมงละ ๑๐ วินาที ๑๙ * ๑๐ = ๑๙๐ วินาที</p>
<p>เปลี่ยนเป็น นท ๑๙๐ / ๖๐ = ๓ นท ๑๐ วท</p>
<p>เปลี่ยนเป็นเวลานักษัตร = ๑๙ ชม + ๓ นท ๑๐ วท</p>
<p>= ๑๙ ชม ๓ นท ๑๐ วท</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>๔.ชดเชยเวลานักษัตรที่คลาดเคลื่อนตามจำนวนวัน</strong> จากวันที่ ๒๑ กย จนถึงวันเกิด จากข้อ ๒</p>
<p>ชดเชยโดยการหักออกวันละ ๔ วืนาที</p>
<p>๕๕ วัน = ๕๕ * ๔ = ๒๒๐ วินาที</p>
<p>แปลงเป็นนาที = ๓ นท ๔๐ วท</p>
<p>เวลาชดเชยเวลานักษัตรที่คลาดเคลื่อน = ๓ นท ๔๐ วท</p>
<p><strong>นำเวลาที่หาได้จาก ๒ ไปรวมกับ เวลาที่หาได้จาก ๓ แล้วหักด้วยเวลาจากข้อ ๔ ก็จะเป็นเวลานักษัตรที่สมบูรณ์</strong><strong> </strong></p>
<p>เวลานักษัตรจาก ๕๕ วัน = ๓ ชม ๔๐ นท จาก ๒</p>
<p>เวลาเกิดที่เป็นเวลานักษัตร = ๑๙ ชม ๓ นท ๑๐ วท จาก ๓</p>
<p>= ๒๒ ชม ๔๓ นท ๑๐ วท</p>
<p>หักเวลาคลาดเคลื่อนตามจำนวนวัน ๓ นท ๔๐ วท</p>
<p><strong>เวลานักษัตรที่สมบูรณ์ </strong><strong>= ๒๒ ชม ๓๙ นท ๓๐ วท</strong></p>
<p><strong>เวลานักษัตร วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พศ ๒๕๐๐ เวลา ๑๙.๐๐ น. ที่จังหวัดอุบลราชธานี คือ ๒๒ ชม ๓๙ นท ๓๐ วท</strong><strong> </strong></p>
<p>จากตัวอย่างที่ผ่านมา เป็นการแสดงการคิดเวลานักษัตรของจังหวัดอุบลราชธานี ซื่งเป็นเวลามาตรฐานของประเทศไทยจึงไม่มีการหักเวลาหรือคิดเวลาให้เป็นเวลาท้องถิ่นประการใดทั้งสิ้น หากเปลี่ยนเป็นสถานที่อื่นๆ จะต้องหักเวลาท้องถิ่นประจำสถานที่เสียก่อน ดังในตัวอย่างที่ ๒</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ตัวอย่างที่ ๒</strong><strong> </strong></p>
<p>วันที่ ๑๓ ธันวาคม เวลา ๑๒.๐๐ น กรุงเทพมหานคร</p>
<p><strong>หาเวลานักษัตรประจำวัน</strong></p>
<p>๒๑ กย – ๓๐ กย = ๙ วัน</p>
<p>๑ ตค – ๓๑ ตค = ๓๑ วัน</p>
<p>๑ พย – ๓๐ พย = ๓๐ วัน</p>
<p>๑ ธค – ๑๓ ธค = ๑๓ วัน</p>
<p><strong>รวม  = ๘๓ วัน</strong></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<p><strong>เปลี่ยนจำนวนวันให้เป็นเวลานักษัตร</strong><strong> </strong></p>
<p>เวลานักษัตรเพิ่มขึ้นวันละ ๔ นาที</p>
<p>๘๓ * ๔ = ๓๓๒ นท</p>
<p>เปลียนเป็น ชม ๓๓๒ / ๖๐ = ๕ ชม ๓๒ นท</p>
<p>เวลานักษัตรประจำวันเกิด = ๕ ชม ๓๒ นท</p>
<p><strong>หาเวลาจาก ๐๐.๐๐ น. จนถึงเวลาเกิด</strong><strong> </strong></p>
<p>เปลี่ยนเวลาให้เป็นเวลาท้องที่ กรุงเทพมหานคร</p>
<p>๑๒.๑๘ – ๑๘ นท = ๑๒.๐๐ น. (ตัวแก้เวลากรุงเทพ=๑๘ นท)</p>
<p>๐๐.๐๐ – ๑๒.๐๐ น = ๑๒.๐๐ ชม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เปลี่ยนเวลาเกิดที่คำณวนได้ให้เป็นเวลานักษัตร</strong><strong> </strong></p>
<p>ชดเชยเวลานักษัตร ชั่วโมงละ ๑๐ วินาที</p>
<p>๑๒ * ๑๐ = ๑๒๐ วินาที</p>
<p>เปลี่ยนเป็น นท ๑๒๐ / ๖๐ = ๒ นท</p>
<p>เปลี่ยนเป็นเวลานักษัตร = ๑๒ ชม + ๒ นท</p>
<p>= <strong>๑๒ ชม ๒ นท</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>๔.ชดเชยเวลานักษัตรที่คลาดเคลื่อนตามจำนวนวัน</strong> จากวันที่ ๒๑ กย จนถึงวันเกิด จากข้อ ๒</p>
<p>โดยชดเชยโดยการหักออกวันละ ๔ วินาที</p>
<p>๘๓ วัน = ๘๓ * ๔ = ๓๓๒ วินาที</p>
<p>แปลงเป็นนาที = ๕ นท ๓๒ วท</p>
<p>เวลาชดเชยเวลานักษัตรที่คลาดเคลื่อน = ๕ นท ๓๒ วท</p>
<p>เวลานักษัตรประจำวัน = ๕ ชม ๓๒ นท</p>
<p>เวลานักษัตรจากเวลาเกิด = ๑๒ ชม ๒ นท</p>
<p>= ๑๗ ชม ๓๔ นท</p>
<p>หักเวลาชดเชย =<strong> </strong><strong>- ๕ นท ๓๒ วท</strong></p>
<p><strong>เวลานักษัตรที่สมบูรณ์</strong><strong> = ๑๗ ชม ๒๘ ๒๘ วท</strong></p>
<p><strong>เคล็ดลับในการหาเวลาชดเชย ( ตัวแก้เวลานักษัตร )</strong><strong> </strong></p>
<p>ท่านสามารถหาเวลาชดเชยของเวลานักษัตรที่จะเอามาหักออกจากเวลานักษัตรประจำวันได้ไปพร้อมๆกันกับการหาเวลานักษัตรประจำวันโดยการแปลงหน่วยเวลานักษัตรประจำวันลง ๑ ระดับ ดังนี้</p>
<p><strong> ชม</strong> ลดลง ๑ ระดับ = <strong>นท</strong></p>
<p><strong> นท</strong> ลดลง ๑ ระดับ = <strong>วท</strong></p>
<p>เช่น หาเวลานักษัตรประจำวันได้ ๓๓๒ นาที เวลาชดเชยก็จะเป็น ๓๓๒ วท ( แปลงหน่วย นท ลง ๑ ระดับ เป็น วท ) หรือ เวลานักษัตรประจำวัน = ๕ ชม ๓๒ นท ( แปลง ๓๓๒ นท เป็น ชม ) ก็จะได้เวลาชดเชยเป็น ๕ นท ๓๒ วท ( ๓๓๒ วท ) นั่นเอง</p>
<p><strong>ทำไมต้องคำณวนแก้เวลานักษัตร ?</strong><strong> </strong></p>
<p>หลายท่านมีข้อสงสัยในเรื่องนี้ อันที่จริงมิใช่เรื่องราวซับซ้อนแต่ประการใด หากแต่เกิดจากกลวิธีในการลดทอนความยุ่งยากในการคำณวน เหตุผลคือ</p>
<p><strong>“เวลานักษัตรจะเพิ่มขึ้นวันละ ๓ นท ๕๖ วท”</strong></p>
<p>หากเราใช้อัตรานี้ในการคำณวนจะเกิดความยุ่งยากและน่าเบื่อ จึงใช้อัตรา ๔ นท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลงตัวทำให้ง่ายในการคำณวนแต่ตัวเลขนี้จะทำให้เวลานักษัตรมากกว่าที่เป็นจริงวันละ ๔ วท โดยประมาณ หากเป็นจำนวนวันน้อยๆ ค่าที่ผิดพลาดก็จะเล็กน้อย แต่หากเป็นจำนวนวันมากขึ้น ค่าเวลาที่เกินเหล่านี้ก็จะมากเป็นเงาตามตัว เช่น ๓๐๐ วัน ก็จะได้ค่าที่เกินไปถึง ๓๐๐ * ๔ = ๑๒๐๐ วท = ๒๐ นท เวลานักษัตรที่ผิดไปถึง ๒๐ นท นี้ หากเรานำไปหาตำแหน่งลัคนา หรือทศมลัคนา ก็จะผิดพลาดไปถึงประมาณ ๕ องศา เลยทีเดียว จึงต้องหักด้วยตัวแก้เวลาที่เราคำณวนนั่นเอง</p>
<p>ที่จริงหากท่านมีเครื่องคำณวนที่สามารถคำณวนวิทยาศาสตร์ (DMS) ท่านสามารถใช้ค่า ๓นท ๕๖ วท เป็นตัวคำณวนได้เลย และไม่ต้องคำณวนตัวแก้เวลาซึ่งก็จะได้ผลลัพท์ที่เหมือนกัน</p>
<p><strong>ข้อสังวรณ์</strong></p>
<p>เวลานักษัตรที่เราคำณวนได้นี้อาจมีค่าผิดแผกกับการคำณวนในวิธีอื่นอยู่บ้าง เท่าที่เคยทดสอบ เปรียบเทียบมาโดยตลอดกับโปรแกรมคำณวนโหราศาสตร์หลายๆโปรแกรม ทั้งในและต่างประเทศเช่น SolarFire , Janus , Zetlite,Astrolog หรือ AstroWin เป็นต้น พบว่าค่าผิดพลาดที่ได้ไม่เกิน ๔ นท ซึ่งค่าความแตกต่างนี้เมื่อนำไปคำณวนเป็นลัคนาก็จะมีความแตกต่างได้ประมาณ ๑ องศา บางท่านอาจมีความรู้สึกว่าคลาดเคลื่อนมาก แต่ขอรับประกันว่าค่าองศาของ ลัคนาและทศมลัคนา ที่ท่านได้จากการนำค่าเวลานักษัตรที่คำณวนโดยวิธีนี้ไปใช้คำณวนหาลัคนา เที่ยงตรงกว่าที่ท่านได้จากระบบจานหมุนหลายๆแบบที่มีอยู่หลายช่วงตัว คิดว่าน่าจะเพียงพอเพราะท่านต้องยอมรับว่า ท่านได้ข้อมูลเหล่านี้มาโดยมิได้อาศัยทรัพยากรจากที่ใด หรือของผู้ใดทั้งสิ้นนอกจากทรัพยากรสมองจากความรู้ของตัวท่านเอง ยอมเสียเวลาคำณวนสักเล็กน้อยแล้วท่านก็จะพบว่าผลลัพท์ที่ได้นั้นคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยก็เป็นการบริหารสมองของท่าน (กันสมองฝ่อเพราะไม่ได้ใช้งาน)</p>
<p>ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีการคลาดเคลื่อนนั้นเกิดจากจุดตั้งต้น ที่ 00.00 ชม นั้น บางปีไม่ใช่เป็นวันที่ 21 กย.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะนี้ผมกำลังสร้างตารางสำเร็จเพื่อช่วยในการหาเวลานักษัตรให้ละเอียดถูกต้องยิ่งขึ้นเสร็จแล้วจะทำการเผยแพร่ทางเวบนะครับ</p>
<p>เทคนิคในการหาเวลานักษัตรแบบนี้นั้นผมได้มาจากการสังเกตุและค้นคว้าด้วยตัวผมเอง  เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์จึงได้นำมาเผยแพร่ให้นักโหราศาสตร์มือใหม่ไว้ศึกษากันครับ &#8230;</p>
<p>อ่านแล้วนำไปใช้ได้ผลอย่างไร หรือมีปัญหาอย่างไร สามารถสอบถามได้นะครับ &#8230;&#8230;.</p>
<p>สวัสดี &#8230;.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://uranian.net/?feed=rss2&#038;p=24</wfw:commentRss>
		<slash:comments>484</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การให้น้ำหนักในการแสดงอิทธิพลของดาวพระเคราะห์</title>
		<link>http://uranian.net/?p=21</link>
		<comments>http://uranian.net/?p=21#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Jun 2011 07:35:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความโหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[uranian]]></category>
		<category><![CDATA[จานคำณวน]]></category>
		<category><![CDATA[พระเคราะห์สนธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเรเนียน]]></category>
		<category><![CDATA[แผนภาพดาว]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ur.uranian.net/?p=21</guid>
		<description><![CDATA[<p>การให้น้ำหนักในการแสดงอิทธิพลของดาวพระเคราะห์ </p> <p>การแสดงอิทธิพลของดาวพระเคราะห์</p> <p>ทางสำนักโหราศาสตร์เอเบอร์ติน ได้แบ่งและกำหนดลักษณะระดับการแสดงอิทธิพลของดาวพระเคราะห์มีความรุนแรง ๗ ระดับ โดยขึ้นกับปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องดังนี้ โดยเรียงลำดับจากนัอยไปหามาก ดังนี้</p> <p>&#160;</p> <p>๑. กำเนิดเจ้าชะตา</p> <p>ตามลักษณะพื้นเพของบรรพบุรุษ มนุษย์คือผลผลิตของบรรพบุรุษ จะดีหรือร้ายอย่างไร พันธุกรรม ย่อมมีบทบาทในทางสายโลหิตของมนุษย์</p> <p>๒. ลักษณะของภูมิประเทศ เช่น ประเทศหนาว ร้อน</p> <p>๓. สิ่งแวดล้อม เช่นบ้านเกิด ที่ทำงาน</p> <p>๔. ฐานะความเป็นอยู่ ในด้านการศึกษา อาชีพการงาน ฐานะทางการเงิน</p> <p>๕. ศาสนาความเชื่อถือ </p> <p>๖. วัย (อายุ) </p> <p>๗. ตัวเจ้าชะตา (สำคัญที่สุด) เนื่องจากการมีปฏิกิริยาในทางโต้ตอบของตัวเจ้าชะตา โดยเฉพาะความสลับซับซ้อนของชีวิตมนุษย์</p> <p>&#160;</p> <p>&#160;</p> <p>&#160;</p> ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การให้น้ำหนักในการแสดงอิทธิพลของดาวพระเคราะห์</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>การแสดงอิทธิพลของดาวพระเคราะห์</strong></p>
<p>ทางสำนักโหราศาสตร์เอเบอร์ติน ได้แบ่งและกำหนดลักษณะระดับการแสดงอิทธิพลของดาวพระเคราะห์มีความรุนแรง ๗ ระดับ โดยขึ้นกับปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องดังนี้ โดยเรียงลำดับจากนัอยไปหามาก ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>๑. </strong><strong>กำเนิดเจ้าชะตา</strong></p>
<p>ตามลักษณะพื้นเพของบรรพบุรุษ มนุษย์คือผลผลิตของบรรพบุรุษ <strong>จะดีหรือร้ายอย่างไร พันธุกรรม ย่อมมีบทบาทในทางสายโลหิตของมนุษย์</strong></p>
<p><strong>๒. </strong><strong>ลักษณะของภูมิประเทศ</strong> เช่น ประเทศหนาว ร้อน</p>
<p><strong>๓. </strong><strong>สิ่งแวดล้อม</strong> เช่นบ้านเกิด ที่ทำงาน</p>
<p><strong>๔. </strong><strong>ฐานะความเป็นอยู่</strong> ในด้านการศึกษา อาชีพการงาน ฐานะทางการเงิน</p>
<p><strong>๕. </strong><strong>ศาสนาความเชื่อถือ</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>๖. </strong><strong>วัย (อายุ)</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>๗. </strong><strong>ตัวเจ้าชะตา</strong> (สำคัญที่สุด) เนื่องจากการมีปฏิกิริยาในทางโต้ตอบของตัวเจ้าชะตา โดยเฉพาะความสลับซับซ้อนของชีวิตมนุษย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://uranian.net/?feed=rss2&#038;p=21</wfw:commentRss>
		<slash:comments>447</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

